เครื่องมือวัดไฟฟ้า คืออะไร?
เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับวัดปริมาณทางไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความต้านทานไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้า โดยตัวเครื่องแต่ละตัวจะมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน เมื่อทำการวัดแล้วจะแสดงผลออกมาในรูปแบบ ตัวเลข ไฟสี หรือเข็มบอกปริมาณ เพื่อให้เรารู้ว่าการติดตั้งมีความสมบูรณ์ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ และหากมีไฟรั่วก็ต้องรีบทำการแก้ไขทันที
ความสำคัญของเครื่องมือวัดไฟฟ้า
- ความปลอดภัย: ช่วยตรวจสอบการรั่วไหลและความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ติดตั้ง เพื่อทำการซ่อมแซมก่อนใช้งานจริง
- ความแม่นยำ: ตรวจสอบว่าระบบที่ติดตั้งมีการปล่อยกระแสไฟฟ้า และแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่ หากน้อยไปจะทำให้การทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้ามากไปอาจเกิดอันตรายได้
- วิเคราะห์ปัญหา: ช่วยตรวจหาจุดที่เกิดปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- ประหยัดพลังงาน: เมื่อการติดตั้งเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ระบบไฟและกำลังไฟที่ใช้จะอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน
อ่านบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ช่างไฟฟ้าทำอะไรบ้าง? เข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ต้องรู้
ประเภทของเครื่องมือวัดไฟฟ้ามีอะไรบ้าง?
ทำความรู้จักเครื่องมือวัดไฟฟ้าแต่ละแบบที่น่าสนใจ และสามารถนำมาใช้งานจริงได้ ดังนี้

1. เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า
เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า (Ammeter) ใช้สำหรับวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า โดยจะต้องนำมาต่ออนุกรมวงจรบริเวณที่ต้องการวัด เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลมายังเครื่องมือ ก็จะสามารถตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ มีทั้งแบบพกพาและแบบติดตั้งกับแผงควบคุม

2. เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้า
เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้า (Voltmeter) ใช้สำหรับวัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด โดยนำไปต่อขนานคร่อมระหว่างจุดที่ต้องการวัด เพื่อตรวจสอบแรงดัน ซึ่งค่าที่ได้สามารถนำไปคำนวณการใช้ไฟฟ้าได้
3. เครื่องวัดกำลังไฟฟ้า
เครื่องวัดกำลังไฟฟ้า (Wattmeter) ใช้สำหรับวัดกำลังไฟฟ้าในเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าตามจริง มักใช้สำหรับคำนวณเพื่อวางแผนปริมาณการใช้ไฟฟ้า เทียบกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ โดยทำการประมวลค่าแรงดันไฟฟ้า ร่วมกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร
4. เครื่องวัดตัวประกอบกำลังไฟฟ้า
เครื่องมือวัดตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor Meter) เป็นการวัดอัตราส่วนระหว่างกำลังไฟฟ้าที่ถูกใช้จริง กับกำลังไฟฟ้าปรากฏ ที่จ่ายเข้าสู่ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อหาประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน มักใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของระบบไฟฟ้าภายในโรงงานหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งค่าที่ดีควรมีเข็มชี้ให้เข้าใกล้เลข 1 มากที่สุด
5. โอห์มมิเตอร์
โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter) ใช้สำหรับวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า มีการดัดแปลงมาจากเครื่องวัดกระแสไฟฟ้า ให้สามารถวัดได้โดยตรงแบบไม่ต่ออนุกรม โดยต้องวัดในขณะที่วงจรไม่มีกระแสไฟฟ้าแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายกับเครื่องมือวัดไฟฟ้า ซึ่งค่าที่ได้จะอยู่ในรูปแบบของค่าแรงดัน จากนั้นจึงนำไปคำนวณให้กลายเป็นค่าความต้านทานตามกฎของโอห์มอีกที

6. วัตต์อาวร์มิเตอร์
วัตต์อาวร์มิเตอร์ (Watt-hour Meter) คุ้นเคยกันในชื่อของ มิเตอร์ไฟฟ้า ที่ติดตั้งอยู่บริเวณนอกอาคาร อุปกรณ์ที่ใช้บันทึกปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละสถานที่ โดยจะบันทึกเป็นหน่วย กิโลวัตต์/ชั่วโมง (kWh) แล้วทำการส่งต่อข้อมูลไปยังการไฟฟ้าฯ เพื่อคำนวณค่าไฟในแต่ละเดือน
อ่านบทความเพิ่มเติม: ค่า FT คืออะไร? ค่าไฟแพงขึ้นแก้ได้ ด้วยการติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์

7. มัลติมิเตอร์
มัลติมิเตอร์ (Multimeter) เครื่องมือวัดไฟฟ้าที่รวมความสามารถในการวัดไฟฟ้าหลายแบบไว้ในเครื่องเดียว สามารถทำหน้าที่แทนเครื่องมือทั้ง 3 แบบ ได้แก่ เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้า (Voltmeter), เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า (Ammeter) และ โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter) ถือเป็นเครื่องมือที่ช่างไฟส่วนมากนิยมพกติดตัวเอาไว้ เพราะนอกจากความสามารถที่กล่าวไปแล้ว ในบางรุ่นยังสามารถวัดความถี่เสียง และความจุไฟฟ้า ได้อีกด้วย
ข้อควรระวังในการใช้งาน
- ควรตรวจสอบ Range ในการวัดของเครื่องมือวัดไฟฟ้า ว่ามีค่าสูงสุดและต่ำสุดครอบคลุมปริมาณการวัดหรือไม่ เพื่อความแม่นยำและได้ค่าที่แท้จริง
- เลือกใช้เครื่องมือวัดที่มีความแม่นยำ ±0.5% ถึง ±2.0%
- ตรวจสอบ CAT Rating (Measurement Category) ของเครื่องมือ โดยแรงดันที่ระบุต้องสูงกว่าแรงดันสูงสุดของระบบไฟฟ้าที่ต้องการวัด
- เลือกใช้เครื่องวัดกระแสไฟฟ้าที่มี Auto-Ranging เพื่อลดความผิดพลาด
- เครื่องมือวัดควรมีความแข็งแรง และทนทานต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย
แนะนำบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ทำความเข้าใจการต่อวงจรไฟฟ้า ทำอย่างไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?
หน่วยวัดไฟฟ้าที่ควรรู้
- แรงดันไฟฟ้า หรือ Voltage: แรงที่ผลักดันให้กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านวงจร มีหน่วยเป็นโวลต์ หรือ Volt
- กระแสไฟฟ้า หรือ Current: ประจุไฟฟ้าที่ไหลผ่านแต่ละจุด มีหน่วยเป็นแอมแปร์ หรือ Ampere
- ความต้านทานไฟฟ้า หรือ Resistance: สิ่งที่คอยต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็นโอห์ม หรือ Ohm
- กำลังไฟฟ้า หรือ Power: อัตราการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้า มีหน่วยเป็นวัตต์ หรือ Watt
- พลังงานไฟฟ้า หรือ Energy: การวัดปริมาณไฟฟ้าที่ถูกใช้จริง ใช้ในการคำนวณค่าไฟ มีหน่วยเป็นวัตต์/ชั่วโมง หรือ Watt-hour
- ความถี่ หรือ Frequency: จำนวนรอบของไฟฟ้ากระแสสลับที่เปลี่ยนแปลงใน 1 วินาที มีหน่วยเป็นเฮิรตซ์ หรือ Hertz
เลือกใช้เครื่องมือวัดไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
กระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลเป็นสาเหตุของอันตรายในการใช้งานระบบไฟฟ้า นอกจากนี้หากกระแสไฟฟ้ามีน้อยกว่าที่ควร ก็จะทำให้การทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ การใช้เครื่องมือวัดไฟฟ้าหลังการติดตั้ง จึงเป็นสิ่งที่ช่างไฟทุกคนจำเป็นต้องทำเสมอก่อนส่งมอบงาน ที่ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เราไม่ได้จำหน่ายแค่อุปกรณ์ไฟฟ้า แต่เรายังพร้อมให้คำปรึกษาในการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าของคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeq
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า (FAQ)
สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า เรารวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วที่นี่
1. ทำไมมัลติมิเตอร์ถึงเป็นเครื่องมือที่ช่างไฟนิยมที่สุด?
เพราะความสะดวกในการใช้งาน เนื่องจากมัลติมิเตอร์เครื่องเดียวสามารถวัดได้ทั้งแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทานไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องพกเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าทั้ง 3 เครื่อง
2. เครื่องมือวัดไฟฟ้าแบบดิจิทัลกับแบบเข็ม แบบไหนดีกว่ากัน?
แบบดิจิทัลอ่านค่าง่ายและแม่นยำสูงกว่า แต่แบบเข็มจะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของค่าไฟฟ้าที่ขึ้นลงรวดเร็วได้ชัดเจนกว่า
3. เครื่องมือวัดไฟฟ้ามีอายุการใช้งานกี่ปี?
โดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 5-10 ปี ขึ้นอยู่การดูแลรักษา
