วิธีเลือกหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ทำความรู้จักความแตกต่างประเภทหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เลือกแบบไหนดี?

การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ได้จบแค่การเลือกสเปกของรถเท่านั้น แต่ยังมีการเลือกใช้และติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่มีหลากหลายประเภท ทั้งการแบ่งตามประเภทของกระแสไฟฟ้า และการแบ่งตามหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในแต่ละภูมิภาคของโลกก็มีรูปแบบที่นิยมใช้งานแตกต่างกัน หากเลือกใช้อย่างถูกประเภทก็จะช่วยถนอมแบตเตอรี่ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ลดความสับสนทั้งในการใช้งานที่ EV Charger Station และการติดตั้งที่บ้าน

บทความนี้ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ จะพาทุกคนไปเจาะลึกกับรายละเอียดของประเภทที่ชาร์จรถไฟฟ้า และหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความแตกต่างกัน รวมไปถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกใช้ที่ชาร์จรถไฟฟ้าได้เหมาะสมมากที่สุด

Key Takeaway: ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการของแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น แผงโซล่าเซลล์ เครื่องชาร์จรถไฟฟ้า สายไฟ ลูกถ้วยไฟฟ้า และอุปกรณ์กันงูของเราเอง มั่นใจได้ในมาตรฐานและการใช้งาน ได้สรุปว่า การเลือกหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้องพิจารณาจากประเภทของรถที่ใช้งานและระบบไฟฟ้าในบ้าน โดยในประเทศไทยมาตรฐานหลัก คือ Type 2 สำหรับ AC และ CCS Type 2 สำหรับ DC ซึ่งการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่รองรับต้องใช้สายไฟและอุปกรณ์ป้องกันที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้รองรับการจ่ายกระแสต่อเนื่องเป็นเวลานานได้อย่างปลอดภัย

EV Charger หัวใจสำคัญของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

สำหรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ที่ชาร์จรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนกับปั๊มน้ำมันในการจ่ายพลังงาน แต่กลับมีความซับซ้อนกว่าการเติมน้ำมันทั่วไป เพราะรูปแบบการชาร์จมีกระแสไฟฟ้าและแหล่งจ่ายพลังงานที่แตกต่างกัน หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 1 อัน ไม่สามารถใช้ร่วมกับรถทุกคันได้ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกคนจึงต้องศึกษารายละเอียดเหล่านี้เอาไว้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและติดตั้ง

ทำความเข้าใจประเภทของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ก่อนจะทำความรู้จักกับหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจประเภทของที่ชาร์จก่อน ดังนี้

1. แบบไฟฟ้ากระแสตรง DC

เครื่องชาร์จประเภทนี้มักอยู่ในรูปแบบของตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตาม EV Charger Stationหลักการทำงาน คือ การอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรงเข้าไปยังแบตเตอรี่ของรถยนต์ โดยไม่ต้องผ่าน On Board Charger ใช้เวลาในการชาร์จอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 นาทีเท่านั้น ได้รับความนิยมในการแวะชาร์จระหว่างเดินทางข้ามจังหวัด แต่มีข้อเสีย คือ ราคาค่อนข้างสูง และเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไว้

อ่านบทความเพิ่มเติม: อัปเดตพิกัดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าทั่วไทย ปี 2026 ครบทุกภาค พร้อมแผนที่ Google Map

2. แบบไฟฟ้ากระแสสลับ AC

เครื่องชาร์จประเภทนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับติดตั้งที่บ้านและสำนักงาน หลักการทำงาน คือ ไฟฟ้าจะวิ่งผ่าน On Board Charger เพื่อแปลงไฟฟ้าให้กลายเป็นกระแส จากนั้นจึงส่งต่อไปยังแบตเตอรี่อีกที มีระยะเวลาในการชาร์จตั้งแต่ 6 – 10 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืน มีข้อดี คือ ช่วยถนอมแบตเตอรี่และยืดอายุการใช้งาน

3. แบบพกพา

ที่ชาร์จแบบพกพา มีจุดเด่นที่อยู่ขนาดเล็ก พกพาง่าย สามารถชาร์จได้ทุกที่ แต่ใช้เวลาในการชาร์จนานกว่าแบบอื่น ๆ ประมาณ 15 – 20 ชั่วโมง จึงนิยมพกติดรถเอาไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น

หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มีกี่แบบ

หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มีกี่แบบ?

1. หัวชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charger)

หัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ AC กระแสสลับ สามารถเสียบเข้ากับเต้ารับภายในบ้าน อาคาร สำนักงาน ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานได้โดยตรง ซึ่งมิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้านต้องเป็นแบบ 15 (45)A เท่านั้น ใช้ระยะเวลาในการชาร์จอยู่ที่ 12 – 16 ชั่วโมง มีหัวชาร์จทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

  • หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Type 1: พบเจอได้ทั่วไปในแถบอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น เป็นหัวต่อ 5 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC Single Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 32A/250V
  • หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Type 2: พบเจอได้ทั่วไปในแถบยุโรปและเอเชีย เป็นหัวต่อ 7 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC Single Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 70A/250V และ 3 Phase 63A/480V

2. หัวชาร์จแบบ Double Speed Charger หรือแบบ Wall Box

หัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ AC กระแสสลับ Double Speed Charger จากเครื่อง Wall Box เป็นหัวชาร์จที่เพิ่มความรวดเร็วในการชาร์จขึ้นมาอีกระดับ นิยมติดตั้งไว้ในบ้านและอาคาร ใช้ระยะเวลาในการชาร์จอยู่ที่ 4 – 8 ชั่วโมง มีหัวชาร์จทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

  • หัวชาร์จ Type 1: พบเจอได้ทั่วไปในแถบอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น ใช้กระแสไฟฟ้า AC Single Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A, 40A และ 48V/240V
  • หัวชาร์จ Type 2: พบเจอได้ทั่วไปในแถบยุโรปและเอเชีย ใช้กระแสไฟฟ้า AC 3 Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A และ 32A/250 V

3. หัวชาร์จแบบชาร์จเร็ว (Quick Charger)

หัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ DC กระแสตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีความรวดเร็วในการชาร์จ มักพบได้ที่ตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามสถานีชาร์จสาธารณะ ใช้ระยะเวลาในการชาร์จอยู่ที่ 30 – 60 นาที มีหัวชาร์จทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  • CHAdeMO: หัวชาร์จที่นิยมใช้ในประเทศญี่ปุ่น รองรับกระแสไฟฟ้า 200A/600V ชาร์จแล้วสามารถขับรถต่อได้ทันที
  • GB/T: หัวชาร์จจากประเทศจีน มีให้เลือก 2 แบบ คือ AC ที่รองรับกระแสไฟฟ้า 10A, 16A และ 32A/250-440V แบบ DC รองรับกระแสไฟฟ้า 80A, 125A, 200A และ 250A/750-1,000V
  • CSS: การนำเครื่องชาร์จแบบ AC มาเพิ่มหัวต่ออีก 2 Pin เพื่อให้สามารถชาร์จแบบ DC ได้ด้วย โดยจะมี Type 1 กระแสไฟฟ้า 200A/600V (ใช้ในอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น) และ CSS Type 2 รองรับกระแสไฟฟ้า 200A/1000V (ใช้ในยุโรปและเอเชีย)

อ่านบทความเพิ่มเติม: กระแสไฟฟ้า AC กับ DC คืออะไร ต่างกันตรงไหน มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยม

ประเภทของหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยม

TYPE 2 (AC)

หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ AC ที่ได้รับความนิยมในประเทศแถบเอเชียและไทย เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบัน สามารถใช้งานกับหัวชาร์จ Type 2 ได้เกือบทั้งหมด

CSS TYPE 2 (DC)

หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ DC รองรับการจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงได้สูงสุด 360 kW ใช้เวลาชาร์จไม่นาน สะดวก รวดเร็ว เหมาะกับ EV Charger Statiom

ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความเร็วในการชาร์จรถ

ความเร็วในการชาร์จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องชาร์จเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก 3 องค์ประกอบทำงานร่วมกัน ดังนี้

  • ความสามารถของตัวรถ: หากรถรับกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด 7kW แม้จะใช้เครื่องชาร์จ 22kW รถก็จะรับไฟได้เพียง 7kW เท่านั้น
  • สถานะของแบตเตอรี่: การชาร์จในช่วง 0-80% จะทำได้รวดเร็วมาก แต่หลังจาก 80% ระบบจะลดความเร็วลงเพื่อถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่
  • อุณหภูมิและการระบายความร้อน: หากแบตเตอรี่หรือหัวชาร์จร้อนเกินไป ระบบจะสั่งลดการจ่ายไฟเพื่อป้องกันความเสียหาย

ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ แหล่งรวมอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าสำหรับ EV Charger

การติดตั้งระบบชาร์จรถไฟฟ้าให้ปลอดภัยต้องเริ่มจากอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ตัวแทนจำหน่ายที่ชาร์จรถไฟฟ้า สายไฟแรงต่ำคุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งออกแบบมาให้ทนความร้อนจากการไหลของกระแสไฟฟ้าสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากและเบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับระบบ EV Charger โดยเฉพาะ เพื่อให้ทุกการชาร์จของคุณมั่นใจได้ในความปลอดภัยสูงสุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeqp

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (FAQ)

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เรารวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วที่นี่

1. ฝนตกหนัก เสียบหัวชาร์จเข้ากับรถได้หรือไม่?

ระบบถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้ในระดับหนึ่ง แต่ควรระวังไม่ให้มีน้ำขังในหัวชาร์จหรือขั้วรับ และควรเช็ดให้แห้งก่อนเสียบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

2. หัวชาร์จแบบไหนที่ชาร์จแล้วถนอมแบตเตอรี่ที่สุด?

การชาร์จแบบ AC ผ่านหัวชาร์จ Type 2 เป็นการถนอมแบตเตอรี่ที่ดีที่สุด เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นในเซลล์แบตเตอรี่ต่ำกว่าการชาร์จแบบ DC

3. ถ้าเสียบหัวชาร์จไม่แน่น ระบบจะจ่ายไฟไหม?

ไม่จ่าย ระบบมีสลักล็อกและเข็มสัญญาณ Communication Pin หากเสียบไม่สุด ระบบจะไม่เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้า

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

เริ่มต้นโครงการของคุณกับ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจ

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่กำลังมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับโครงการของคุณ ให้เราเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรงงานอุตสาหกรรมเป็นสถานที่ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ขั้นตอนการผลิตสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด การเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือเหตุขัดข้องในการนำส่งพลังงาน จะสร้างผลกระทบให้กับทั้งการผลิต และต้นทุนของธุรกิจ ส่งผลให้การมีเครื่องปั่นไฟโรงงานหรือระบบไฟสำรองโรงงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกโรงงานควรมี

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของเครื่องปั่นไฟแต่ละประเภท ข้อดีในการติดตั้ง และวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่สำคัญในการแปลงและส่งต่อไฟฟ้าเพื่อใช้งาน โดยในปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ตามมาตรฐานที่การไฟฟ้ากำหนดเอาไว้มีมากถึง 15 ขนาด ตั้งแต่ 25 kVA - 10,000 kVA โดยขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หม้อแปลง 250 kVA และ 500 kVA

ในบทความนี้ จะมาแนะนำหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดต่าง ๆ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำให้หม้อแปลง 250 kVA ขายดีและได้รับความนิยมในการใช้ภายในโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าสูงมาก เพราะทำหน้าที่ในการแปลงแรงดันไฟฟ้าที่ได้รับมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงความถี่ของกระแสไฟฟ้า ทำให้การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าตามมาตรฐานของ กฟภ. เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้าน และเจ้าของโรงงานไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีต่อระบบไฟฟ้า และแนวทางในการเลือกผู้ติดตั้งที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และการติดตั้งที่ตรงตามมาตรฐานของ กฟภ.
ในการตัดสินใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ระบบโซล่าเซลล์ อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของระบบคือ อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แต่กระแสไฟฟ้าที่ได้ยังไม่สามารถนำมาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ในทันที ต้องผ่านกระบวนการแปลงค่าโดยอินเวอร์เตอร์ก่อน

อินเวอร์เตอร์ในท้องตลาดถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ อินเวอร์เตอร์ 1 เฟส และ อินเวอร์เตอร์ 3 เฟส ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของแรงดันไฟฟ้า ปริมาณการรองรับกำลังไฟ วิธีการจ่ายไฟ และข้อกำหนดทางกฎหมายของการไฟฟ้า บทความนี้จะมาแจกแจงรายละเอียดทั้งหมด พร้อมแนะนำวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสม