ทำความรู้จักประเภทของสายไฟฟ้าแรงต่ำ

สายไฟฟ้าแรงต่ำ มีกี่ประเภท? การใช้งานและข้อควรรู้ก่อนเลือกใช้

ในสายงานวิศวกรรมไฟฟ้า สายไฟฟ้าแรงต่ำเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับทุกระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟในบ้าน แอร์ ตู้เย็น ไปจนถึงมอเตอร์ของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งสายไฟฟ้าที่เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ แม้จะดูเป็นสายไฟธรรมดาที่เหมือนกันทุกเส้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สายไฟฟ้าแรงต่ำแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความทนทาน การรองรับกระแสไฟฟ้า และความเหมาะสมของการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

ด้วยความแตกต่างของคุณสมบัติ ทำให้การพิจารณามาตรฐานสายไฟฟ้าแรงต่ำเป็นสิ่งสำคัญ หากเลือกใช้สายไฟคุณภาพต่ำและผิดประเภท ก็จะส่งผลถึงประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าและการใช้พลังงานสิ้นเปลือง รวมไปถึงการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอันตรายจากความร้อนและกระแสไฟ

ในบทความนี้ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ จะมาเจาะลึกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญอย่างสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ ว่ามีทั้งหมดกี่ประเภท? สายไฟฟ้าแรงดันต่ำราคาเท่าไร? แล้วควรเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะสม?

สายไฟฟ้าแรงต่ำ คืออะไร?

สายไฟฟ้าแรงต่ำ คือ สายไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 1,000 โวลต์ เหมาะสำหรับระบบไฟฟ้าภายในอาคารและบ้านเรือน โดยมาตรฐานที่ใช้กำกับดูแลในประเทศไทยปัจจุบัน คือ มอก. 11-2553 ซึ่งมีการกำหนดรหัสสีของฉนวนใหม่ให้เป็นสากลมากขึ้น เพื่อป้องกันความสับสนในการซ่อมบำรุง โดยสายไฟฟ้าแรงต่ำที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติในการนำกระแสไฟได้คงที่ ทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าตามสเปก และมีอายุการใช้งานยาวนานภายใต้สภาวะการใช้งานที่อาจไม่คงที่

โครงสร้างของสายไฟฟ้าแรงต่ำ มีอะไรบ้าง

โครงสร้างของสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ

สายไฟฟ้าที่เราพบเจอกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่สายเปล่า ๆ ก็สามารถทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ แต่ภายในยังประกอบไปด้วยโครงสร้างที่แตกต่างกัน ตามประเภทและการใช้งาน มาดูกันว่าโครงสร้างของสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ มีอะไรบ้าง

1. ตัวนำไฟฟ้า

ตัวนำไฟฟ้า คือ ตัวกลางสำหรับส่งกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟ เข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า เช่น เงิน ทองแดง อะลูมิเนียม ซิลิคอน ตะกั่ว เหล็ก ฯลฯ โดยคุณสมบัติที่ดีของตัวนำ คือ มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ สามารถบิดหรือดัดได้ง่าย แต่หักยาก

2. ฉนวนไฟฟ้า

ฉนวนไฟฟ้า คือ วัสดุที่ไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน หรืออาจไหลผ่านได้เป็นจำนวนที่น้อยมาก ส่วนใหญ่มักทำขึ้นมาจากวัสดุที่นำไฟฟ้าต่ำ เช่น แก้ว ยาง พลาสติก ทำให้ไม่เกิดการลัดวงจรและการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ ช่วยรักษาความสมดุลของสัญญาณไฟฟ้า

3. ปลอกสายไฟ

ปลอกหรือเปลือกสายไฟ คือ วัสดุที่ห่อหุ้มอยู่ด้านนอกสุดของสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดต่อฉนวนไฟฟ้า เช่น แสงแดด น้ำ สภาพอากาศ และสารเคมี โดยปลอกสายไฟไม่จำเป็นต้องมีในสายไฟทุกประเภท แต่จะขึ้นอยู่กับมาตรฐานการผลิตและลักษณะการใช้งาน

สายไฟฟ้าแรงดันต่ำ มีอะไรบ้าง?

เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นและเหมาะสมมากที่สุด ควรเริ่มจากการศึกษาประเภทของสายไฟฟ้าแรงต่ำแต่ละแบบ เพื่อทำความเข้าใจวัสดุและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ดังนี้

1. สายไฟทองแดงหุ้มฉนวน PVC

สายไฟทองแดงหุ้มฉนวน มาตรฐาน มอก.11-2553 อุณหภูมิใช้งานที่ 70 – 90 องศาเซลเซียส โดยชนิดที่พบเจอได้บ่อยในงานไฟฟ้า ได้แก่

  • สายไฟชนิด IEC 01: เรียกอีกชื่อว่าสาย THW สายไฟทองแดงแกนเดียว ทนต่อความชื้นและแรงดันไฟฟ้า 750 โวลต์ นิยมใช้กับการเดินสายในอาคารหรือการร้อยท่อ
  • สายไฟชนิด IEC 10: สายไฟฟ้าที่มีเปลือกหุ้ม 2 ชั้น มีหลายแกน เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปและการวางบนรางเคเบิล ไม่ควรนำไปร้อยท่อฝังดินโดยตรง
  • สายไฟชนิด VAF: สายไฟฟ้าแบนที่มี 2 หรือ 3 แกน เหมาะสำหรับการใช้งานกับระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ไม่ควรใช้ในงานกลางแจ้ง
  • สายไฟชนิด NYY: สายไฟฟ้าแรงดันต่ำที่มีฉนวน PVC ทั้งหมด 2 ชั้น เหมาะสำหรับการเดินสายใต้ดิน มีความทนทานต่อความชื้น และแรงกดทับ
  • สายไฟชนิด VCT: สายไฟฟ้าที่มีฉนวน PVC ทั้งหมด 2 ชั้น และเปลือกหุ้มด้านนอก นิยมใช้กับระบบไฟฟ้าในเครื่องจักร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถเคลื่อนที่ได้ มีความยืดหยุ่นและทนทานสูง

อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ทำความรู้จักประเภทสายไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ เพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง

2. สายไฟทองแดงหุ้มฉนวน XLPE

สายไฟทองแดงหุ้มฉนวน มาตรฐาน IEC-60502-1 อุณหภูมิใช้งานที่ 90 องศาเซลเซียส โดยชนิดที่พบเจอได้บ่อยในงานไฟฟ้า คือ สาย CV เป็นสายไฟฟ้าที่หากติดตั้งภายในอาคาร ต้องมีการเดินช่องสายแบบปิดมิดชิด สามารถร้อยท่อฝังดินโดยตรงได้ แต่ควรระวังในเรื่องของอุณหภูมิของอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน

แนะนำวิธีการเลือกซื้อสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ

วิธีการพิจารณาเลือกซื้อสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ

1. ขนาดของสายไฟฟ้า

พิจารณาขนาดหน้าตัดของสายไฟฟ้าแรงต่ำ เทียบกับปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน เช่น สายไฟขนาด 2.5 ตารางมิลลิเมตร สำหรับปลั๊กไฟทั่วไป หรือ 4-6 ตารางมิลลิเมตร สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง โดยต้องเผื่อขนาดของสายไฟให้มากกว่าการใช้งานประมาณ 1.25 เท่า เพื่อป้องกันความร้อนสะสม

2. สภาพแวดล้อมในการใช้งาน

สายไฟแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกใช้สายไฟจึงต้องคำนึงถึงสถานที่ในการติดตั้ง และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เช่น

  • เลือกใช้สายไฟหุ้มฉนวน XLPE สำหรับการติดตั้งนอกอาคาร ที่มีความชื้น และสารเคมี
  • เลือกใช้สายไฟหุ้มฉนวน PVC สำหรับงานติดตั้งทั่วไป และการเดินสายไฟในอาคาร

3. มาตรฐานที่รองรับ

สายไฟฟ้าที่นำมาใช้ในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรผ่านการรับรองมาตรฐาน IEC หรือ มอก. เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร

4. ผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

การเลือกซื้อสายไฟฟ้าแรงต่ำให้ตรงตามสเปกที่ต้องการ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน เพื่อความสะดวกสามารถเลือกซื้อสายไฟจาก ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ตัวแทนจำหน่ายสายไฟมาตรฐาน มอก. จาก Bangkok Cable เพื่อความถูกต้องและคุณภาพในการใช้งาน

อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ แนะนำวิธีเลือกซื้อสายไฟ จากผู้จัดจำหน่ายสายไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน

ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ จำหน่ายสายไฟฟ้าคุณภาพดีจาก Bangkok Cable

บริษัท ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และสายไฟฟ้าอย่างเป็นทางการจาก Bangkok Cable ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เชื่อมั่นได้ในคุณภาพของสายไฟที่ซื้อจากเรา ไม่ว่าคุณจะต้องการสายไฟฟ้าแรงดันต่ำประเภทไหน เราก็มีสต๊อกพร้อมจัดส่งให้คุณอย่างรวดเร็ว สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับราคา และข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeq

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สายไฟฟ้าแรงดันต่ำ (FAQ)

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายไฟฟ้าแรงดันต่ำ เรารวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วที่นี่

1. ความสูงสายไฟฟ้าแรงต่ำที่พาดบนเสาไฟฟ้า อยู่ที่เท่าไร?

โดยส่วนใหญ่แล้วจะติดตั้งสูงกว่าระดับพื้นที่ประมาณ 8 เมตร

2. สายไฟ THW กับ IEC 01 คือตัวเดียวกันไหม?

ทั้งสองชื่อเป็นตัวเดียวกัน โดย IEC 01 เป็นชื่อเรียกตามมาตรฐานใหม่ (มอก. 11-2553) ส่วน THW เป็นชื่อเรียกเดิมที่คุ้นชิน

3. ทำไมราคาของสายไฟฟ้าแรงต่ำแต่ละยี่ห้อถึงไม่เท่ากัน?

ขึ้นอยู่กับคุณภาพของทองแดง หรือเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ และคุณภาพของเม็ดพลาสติกที่นำมาทำฉนวน แนะนำให้เลือกแบรนด์มาตรฐานอย่าง Bangkok Cable เพื่อความปลอดภัย

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

เริ่มต้นโครงการของคุณกับ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจ

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่กำลังมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับโครงการของคุณ ให้เราเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรงงานอุตสาหกรรมเป็นสถานที่ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ขั้นตอนการผลิตสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด การเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือเหตุขัดข้องในการนำส่งพลังงาน จะสร้างผลกระทบให้กับทั้งการผลิต และต้นทุนของธุรกิจ ส่งผลให้การมีเครื่องปั่นไฟโรงงานหรือระบบไฟสำรองโรงงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกโรงงานควรมี

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของเครื่องปั่นไฟแต่ละประเภท ข้อดีในการติดตั้ง และวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่สำคัญในการแปลงและส่งต่อไฟฟ้าเพื่อใช้งาน โดยในปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ตามมาตรฐานที่การไฟฟ้ากำหนดเอาไว้มีมากถึง 15 ขนาด ตั้งแต่ 25 kVA - 10,000 kVA โดยขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หม้อแปลง 250 kVA และ 500 kVA

ในบทความนี้ จะมาแนะนำหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดต่าง ๆ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำให้หม้อแปลง 250 kVA ขายดีและได้รับความนิยมในการใช้ภายในโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าสูงมาก เพราะทำหน้าที่ในการแปลงแรงดันไฟฟ้าที่ได้รับมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงความถี่ของกระแสไฟฟ้า ทำให้การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าตามมาตรฐานของ กฟภ. เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้าน และเจ้าของโรงงานไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีต่อระบบไฟฟ้า และแนวทางในการเลือกผู้ติดตั้งที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และการติดตั้งที่ตรงตามมาตรฐานของ กฟภ.
ในการตัดสินใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ระบบโซล่าเซลล์ อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของระบบคือ อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แต่กระแสไฟฟ้าที่ได้ยังไม่สามารถนำมาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ในทันที ต้องผ่านกระบวนการแปลงค่าโดยอินเวอร์เตอร์ก่อน

อินเวอร์เตอร์ในท้องตลาดถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ อินเวอร์เตอร์ 1 เฟส และ อินเวอร์เตอร์ 3 เฟส ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของแรงดันไฟฟ้า ปริมาณการรองรับกำลังไฟ วิธีการจ่ายไฟ และข้อกำหนดทางกฎหมายของการไฟฟ้า บทความนี้จะมาแจกแจงรายละเอียดทั้งหมด พร้อมแนะนำวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสม