ความสำคัญของการมีระบบสำรองไฟฟ้าในโรงงาน
กระบวนการผลิตในโรงงานส่วนใหญ่อาศัยระบบไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบหลัก ตั้งแต่การเดินเครื่องจักร การควบคุมสายพาน การทำงานของมอเตอร์ ระบบลม ระบบปั๊ม ไปจนถึงคอมพิวเตอร์และระบบ Automation หากแหล่งจ่ายไฟเกิดปัญหา เครื่องจักรหลายส่วนอาจหยุดทำงานพร้อมกัน ซึ่งระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที สามารถสร้างความเสียหายให้กับทั้งสินค้า เครื่องจักร และต้นทุนของกิจการได้
ระบบสำรองไฟฟ้าโรงงาน จึงมีหน้าที่ช่วยรักษาความต่อเนื่องของอุปกรณ์และกระบวนการผลิตที่สำคัญ เพื่อให้โรงงานสามารถรับมือกับเหตุไฟดับหรือความผิดปกติของแหล่งจ่ายไฟหลักได้ดีขึ้น โดยเครื่องปั่นไฟโรงงานถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในสถานที่ที่ต้องการความต่อเนื่องในการใช้ไฟ เช่น โรงงาน โรงพยาบาล และธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวัน

เครื่องปั่นไฟโรงงาน คืออะไร?
เครื่องปั่นไฟโรงงาน หรือ Generator โรงงาน คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่นำมาใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟหลักหรือแหล่งจ่ายไฟสำรองสำหรับอาคาร โรงงาน และกระบวนการอุตสาหกรรม โดยมีหลักการทำงานด้วยการเปลี่ยนพลังงานกล ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาสำรองเอาไว้
เครื่องปั่นไฟโรงงาน มีกี่ประเภท?
เครื่องปั่นไฟโรงงานสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา ทั้งชนิดกระแสไฟ ประเภทเชื้อเพลิง และลักษณะการใช้งาน
1. การแบ่งตามชนิดของกระแสไฟฟ้า
สามารถแบ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ AC: นิยมใช้งานในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีโหลดกำลังสูง มอเตอร์ หรือเครื่องจักรจำนวนมาก
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง DC: มักถูกนำไปใช้ในงานเฉพาะทาง เช่น ระบบชาร์จแบตเตอรี่ หรือระบบที่ต้องใช้ไฟ DC โดยตรง
2. การแบ่งตามประเภทของเชื้อเพลิง
สามารถแบ่งเครื่องปั่นไฟสำรองได้ทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
- เครื่องปั่นไฟดีเซล:เหมาะกับงานที่ต้องการกำลังไฟสูง มีโครงสร้างที่ทนทาน และสามารถใช้เป็นระบบไฟสำรองสำหรับโรงงาน อาคาร หรือสถานประกอบการขนาดใหญ่ได้
- เครื่องปั่นไฟเบนซิน: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำลังไฟไม่สูงมาก มีขนาดเล็ก และสามารถขนย้ายได้ง่าย
- เครื่องปั่นไฟก๊าซ: เหมาะกับอาคารหรือโรงงานขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างระบบท่อก๊าซพร้อมอยู่แล้ว
- เครื่องปั่นไฟพลังงานแสงอาทิตย์: เครื่องปั่นไฟสำรองขนาดเล็กที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากระบบโซล่าเซลล์ เพื่อนำมาแปลงเป็นไฟฟ้าอีกที
อ่านบทความเพิ่มเติม: เครื่องปั่นไฟเบนซิน ดีเซล แก๊ส หรือประเภทอื่น ต่างกันยังไง?
ปัจจัยที่ใช้ในการเลือกเครื่องปั่นไฟสำรอง
การเลือกเครื่องปั่นไฟสำรองสำหรับโรงงานควรดูจากลักษณะการใช้งานจริง เพื่อให้มีไฟฟ้าสำรองเพียงพอกับการใช้งานตามส่วนที่สำคัญ โดยสามารถพิจารณาเลือกได้จากปัจจัยดังนี้
1. การจัดอันดับส่วนที่สำคัญที่สุด
ก่อนเริ่มวางระบบไฟฟ้าสำรอง ควรมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และระบบการผลิตแต่ละส่วน แล้วตัดสินใจว่าเมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้องต้องการให้เครื่องปั่นไฟจ่ายไฟให้กับอะไรบ้าง เช่น สายการผลิตหลัก ระบบควบคุม ปั๊มน้ำ ระบบความปลอดภัย ระบบทำความเย็น หรือคอมพิวเตอร์
2. การเลือกขนาดของเครื่องปั่นไฟ
เครื่องปั่นไฟโรงงานสามารถแบ่งตามขนาดได้ทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่
- เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก: โดยทั่วไปมีขนาดประมาณ 1–20 kVA เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง งานด้านการเกษตร หรือใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- เครื่องปั่นไฟขนาดกลาง: โดยทั่วไปมีขนาดประมาณ 20–50 kVA เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำลังไฟมากขึ้น เช่น การใช้งานภายในโรงงานหรือสถานประกอบการต่าง ๆ
- เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่: โดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 50–100 kVA ขึ้นไป เหมาะสำหรับสถานที่ที่มีความต้องการใช้ไฟสูง เช่น โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และอาคารสูง
อ่านบทความเพิ่มเติม: วิธีคำนวณขนาดเครื่องปั่นไฟ เลือกขนาดอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน?
3. เลือกระบบไฟให้ตรงกับโรงงาน
โดยปกติแล้วหากใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้าของโรงงาน จะเลือกติดตั้งระบบไฟสำรองโรงงานแบบ 3 เฟส เพื่อให้มีแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมและเพียงกับการใช้งาน
4. เลือกเชื้อเพลิงให้เหมาะกับการใช้งาน
จากในหัวข้อที่แล้วจะเห็นได้ว่า เครื่องปั่นไฟโรงงานสามารถแบ่งตามประเภทเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด 4 แบบ โดยประเภทที่เหมาะแก่การนำมาใช้กับโรงงานมากที่สุด คือ แบบดีเซล และแบบก๊าซ
5. ตรวจสอบการบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย
การเลือกติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ควรพิจารณาผู้ให้บริการในการติดตั้งร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญ ความพร้อมของอุปกรณ์ และบริการบำรุงรักษาหลังการขาย

ข้อดีของการมีระบบไฟสำรองโรงงาน
การมีระบบเครื่องปั่นไฟโรงงานที่รัดกุม ไม่ได้ส่งผลดีแค่ความราบรื่นของกระบวนการทำงาน และกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- ลดการหยุดชะงักของสายการผลิต: โหลดไฟฟ้าสำคัญสามารถกลับมาทำงานได้เมื่อแหล่งจ่ายไฟหลักขัดข้อง ลดระยะเวลาที่กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก
- ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องทางธุรกิจ: เครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกนำมาใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องการความต่อเนื่องของการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของธุรกิจ
- ช่วยให้ระบบสำคัญทำงานต่อได้: โรงงานสามารถออกแบบระบบให้ Generator จ่ายไฟเฉพาะ Critical Load เช่น ระบบควบคุม ปั๊ม ระบบ Safety และอุปกรณ์จำเป็น
- ลดความเสียหายของสินค้าและวัตถุดิบ: โรงงานบางประเภทต้องควบคุมอุณหภูมิ ความดัน การหมุนเวียน หรือกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง หากไฟดับเป็นเวลานานอาจทำให้วัตถุดิบหรือสินค้าระหว่างผลิตเสียหายได้
นอกจากการมีระบบเครื่องปั่นไฟอุตสาหกรรมที่ดีแล้ว การดูแลการใช้งานร่วมกับการทำ Preventive Maintenance เพื่อตรวจสอบการใช้งานทุก ๆ 6-12 เดือน จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุขัดข้องระหว่างการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
ระบบสำรองไฟฟ้าโรงงาน ป้องกันการหยุดชะงักของการทำงาน
เครื่องปั่นไฟโรงงานเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสำรองไฟฟ้า ที่ช่วยให้โรงงานสามารถรับมือกับเหตุไฟฟ้าดับหรือแหล่งจ่ายไฟหลักขัดข้องได้ ก่อนการติดตั้งควรตรวจสอบทั้งความพร้อมของพื้นที่ และปริมาณไฟฟ้าที่ต้องการ เพื่อเลือกเครื่องปั่นไฟที่เหมาะแก่การใช้งานมากที่สุด โดยสามารถติดต่อ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เราเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพดีจากแบรนด์ชั้นนำ ที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างละเอียด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeqp
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องปั่นไฟโรงงาน
Q: โรงงานจำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับลักษณะกิจการและผลกระทบจากการหยุดจ่ายไฟ หากโรงงานมีสายการผลิตหรือระบบสำคัญที่ไม่ควรหยุดทำงาน การมีระบบสำรองไฟสามารถช่วยลดผลกระทบจากไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างมาก
Q: เครื่องปั่นไฟดีเซลเหมาะกับโรงงานหรือไม่?
A: เครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นประเภทที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเหมาะกับงานที่ต้องการกำลังสูงและสามารถออกแบบเป็นระบบสำรองไฟสำหรับโรงงานได้
Q: เครื่องปั่นไฟโรงงานควรเป็น 1 เฟสหรือ 3 เฟส?
A: ขึ้นอยู่กับระบบไฟฟ้าเดิมที่ติดตั้ง แต่โดยส่วนมากแล้วเครื่องปั่นไฟโรงงานจะนิยมใช้แบบ 3 เฟส มากกว่า
Q: ระหว่างเครื่องปั่นไฟดีเซลกับก๊าซ แบบไหนเหมาะกับโรงงานมากกว่า?
A: เครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นที่นิยมในโรงงานเพราะหาซื้อเชื้อเพลิงง่าย เก็บได้นาน ส่วนเครื่องปั่นไฟแก๊สเหมาะกับโรงงานที่มีระบบท่อแก๊สอยู่แล้ว ควรพิจารณาค่าเชื้อเพลิงระยะยาวและความพร้อมของเชื้อเพลิงอีกที
Q: เครื่องปั่นไฟต้องบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?
A: เครื่องปั่นไฟมีรอบในการบำรุงรักษาเช่นเดียวกันกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบไฟฟ้า คือ 6-12 เดือน โดยสามารถใช้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีได้พร้อมกับส่วนอื่น ๆ ของโรงงาน

