วิธีการเลือกใช้งานเครื่องปั่นไฟโรงงานให้เหมาะสม

เครื่องปั่นไฟโรงงานคืออะไร? แนะนำวิธีการเลือกให้ถูกต้อง

โรงงานอุตสาหกรรมเป็นสถานที่ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ขั้นตอนการผลิตสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด การเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือเหตุขัดข้องในการนำส่งพลังงาน จะสร้างผลกระทบให้กับทั้งการผลิต และต้นทุนของธุรกิจ ส่งผลให้การมีเครื่องปั่นไฟโรงงานหรือระบบไฟสำรองโรงงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกโรงงานควรมี

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของเครื่องปั่นไฟแต่ละประเภท ข้อดีในการติดตั้ง และวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับโรงงานมากที่สุด

Key Takeaways:

  • เครื่องปั่นไฟโรงงานช่วยจ่ายไฟสำรองเมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง ลดความเสี่ยงที่สายการผลิตและระบบสำคัญจะหยุดทำงาน
  • เครื่องปั่นไฟมีหลายประเภท ทั้งแบบ ดีเซล เบนซิน ก๊าซ และโซล่าเซลล์ โดยในโรงงานจะนิยมใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลสำหรับระบบไฟสำรอง
  • การเลือกเครื่องปั่นไฟควรพิจารณาจาก กำลังไฟที่ต้องใช้จริง จำนวนเครื่องจักร และระบบไฟฟ้าของโรงงาน ไม่ควรเลือกจากขนาดเครื่องเพียงอย่างเดียว
  • ควรกำหนดว่าอุปกรณ์ใดจำเป็นต้องมีไฟใช้เมื่อเกิดไฟดับ เพื่อเลือกขนาดเครื่องปั่นไฟได้เหมาะสมและไม่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น

ความสำคัญของการมีระบบสำรองไฟฟ้าในโรงงาน

กระบวนการผลิตในโรงงานส่วนใหญ่อาศัยระบบไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบหลัก ตั้งแต่การเดินเครื่องจักร การควบคุมสายพาน การทำงานของมอเตอร์ ระบบลม ระบบปั๊ม ไปจนถึงคอมพิวเตอร์และระบบ Automation หากแหล่งจ่ายไฟเกิดปัญหา เครื่องจักรหลายส่วนอาจหยุดทำงานพร้อมกัน ซึ่งระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที สามารถสร้างความเสียหายให้กับทั้งสินค้า เครื่องจักร และต้นทุนของกิจการได้

ระบบสำรองไฟฟ้าโรงงาน จึงมีหน้าที่ช่วยรักษาความต่อเนื่องของอุปกรณ์และกระบวนการผลิตที่สำคัญ เพื่อให้โรงงานสามารถรับมือกับเหตุไฟดับหรือความผิดปกติของแหล่งจ่ายไฟหลักได้ดีขึ้น โดยเครื่องปั่นไฟโรงงานถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในสถานที่ที่ต้องการความต่อเนื่องในการใช้ไฟ เช่น โรงงาน โรงพยาบาล และธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวัน

เครื่องปั่นไฟโรงงานขนาดใหญ่

เครื่องปั่นไฟโรงงาน คืออะไร?

เครื่องปั่นไฟโรงงาน หรือ Generator โรงงาน คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่นำมาใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟหลักหรือแหล่งจ่ายไฟสำรองสำหรับอาคาร โรงงาน และกระบวนการอุตสาหกรรม โดยมีหลักการทำงานด้วยการเปลี่ยนพลังงานกล ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาสำรองเอาไว้

เครื่องปั่นไฟโรงงาน มีกี่ประเภท?

เครื่องปั่นไฟโรงงานสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา ทั้งชนิดกระแสไฟ ประเภทเชื้อเพลิง และลักษณะการใช้งาน

1. การแบ่งตามชนิดของกระแสไฟฟ้า

สามารถแบ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้

  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ AC: นิยมใช้งานในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีโหลดกำลังสูง มอเตอร์ หรือเครื่องจักรจำนวนมาก
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง DC: มักถูกนำไปใช้ในงานเฉพาะทาง เช่น ระบบชาร์จแบตเตอรี่ หรือระบบที่ต้องใช้ไฟ DC โดยตรง

2. การแบ่งตามประเภทของเชื้อเพลิง

สามารถแบ่งเครื่องปั่นไฟสำรองได้ทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

  • เครื่องปั่นไฟดีเซล:เหมาะกับงานที่ต้องการกำลังไฟสูง มีโครงสร้างที่ทนทาน และสามารถใช้เป็นระบบไฟสำรองสำหรับโรงงาน อาคาร หรือสถานประกอบการขนาดใหญ่ได้
  • เครื่องปั่นไฟเบนซิน: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำลังไฟไม่สูงมาก มีขนาดเล็ก และสามารถขนย้ายได้ง่าย
  • เครื่องปั่นไฟก๊าซ: เหมาะกับอาคารหรือโรงงานขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างระบบท่อก๊าซพร้อมอยู่แล้ว
  • เครื่องปั่นไฟพลังงานแสงอาทิตย์: เครื่องปั่นไฟสำรองขนาดเล็กที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากระบบโซล่าเซลล์ เพื่อนำมาแปลงเป็นไฟฟ้าอีกที

อ่านบทความเพิ่มเติม: เครื่องปั่นไฟเบนซิน ดีเซล แก๊ส หรือประเภทอื่น ต่างกันยังไง?

ปัจจัยที่ใช้ในการเลือกเครื่องปั่นไฟสำรอง

การเลือกเครื่องปั่นไฟสำรองสำหรับโรงงานควรดูจากลักษณะการใช้งานจริง เพื่อให้มีไฟฟ้าสำรองเพียงพอกับการใช้งานตามส่วนที่สำคัญ โดยสามารถพิจารณาเลือกได้จากปัจจัยดังนี้

1. การจัดอันดับส่วนที่สำคัญที่สุด

ก่อนเริ่มวางระบบไฟฟ้าสำรอง ควรมีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และระบบการผลิตแต่ละส่วน แล้วตัดสินใจว่าเมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้องต้องการให้เครื่องปั่นไฟจ่ายไฟให้กับอะไรบ้าง เช่น สายการผลิตหลัก ระบบควบคุม ปั๊มน้ำ ระบบความปลอดภัย ระบบทำความเย็น หรือคอมพิวเตอร์

2. การเลือกขนาดของเครื่องปั่นไฟ

เครื่องปั่นไฟโรงงานสามารถแบ่งตามขนาดได้ทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่

  • เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก: โดยทั่วไปมีขนาดประมาณ 1–20 kVA เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง งานด้านการเกษตร หรือใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • เครื่องปั่นไฟขนาดกลาง: โดยทั่วไปมีขนาดประมาณ 20–50 kVA เหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำลังไฟมากขึ้น เช่น การใช้งานภายในโรงงานหรือสถานประกอบการต่าง ๆ
  • เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่: โดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 50–100 kVA ขึ้นไป เหมาะสำหรับสถานที่ที่มีความต้องการใช้ไฟสูง เช่น โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และอาคารสูง

อ่านบทความเพิ่มเติม: วิธีคำนวณขนาดเครื่องปั่นไฟ เลือกขนาดอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน?

3. เลือกระบบไฟให้ตรงกับโรงงาน

โดยปกติแล้วหากใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้าของโรงงาน จะเลือกติดตั้งระบบไฟสำรองโรงงานแบบ 3 เฟส เพื่อให้มีแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมและเพียงกับการใช้งาน

4. เลือกเชื้อเพลิงให้เหมาะกับการใช้งาน

จากในหัวข้อที่แล้วจะเห็นได้ว่า เครื่องปั่นไฟโรงงานสามารถแบ่งตามประเภทเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด 4 แบบ โดยประเภทที่เหมาะแก่การนำมาใช้กับโรงงานมากที่สุด คือ แบบดีเซล และแบบก๊าซ

5. ตรวจสอบการบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย

การเลือกติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ควรพิจารณาผู้ให้บริการในการติดตั้งร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญ ความพร้อมของอุปกรณ์ และบริการบำรุงรักษาหลังการขาย

ข้อดีของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

ข้อดีของการมีระบบไฟสำรองโรงงาน

การมีระบบเครื่องปั่นไฟโรงงานที่รัดกุม ไม่ได้ส่งผลดีแค่ความราบรื่นของกระบวนการทำงาน และกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดการหยุดชะงักของสายการผลิต: โหลดไฟฟ้าสำคัญสามารถกลับมาทำงานได้เมื่อแหล่งจ่ายไฟหลักขัดข้อง ลดระยะเวลาที่กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก
  • ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องทางธุรกิจ: เครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกนำมาใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องการความต่อเนื่องของการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของธุรกิจ
  • ช่วยให้ระบบสำคัญทำงานต่อได้: โรงงานสามารถออกแบบระบบให้ Generator จ่ายไฟเฉพาะ Critical Load เช่น ระบบควบคุม ปั๊ม ระบบ Safety และอุปกรณ์จำเป็น
  • ลดความเสียหายของสินค้าและวัตถุดิบ: โรงงานบางประเภทต้องควบคุมอุณหภูมิ ความดัน การหมุนเวียน หรือกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง หากไฟดับเป็นเวลานานอาจทำให้วัตถุดิบหรือสินค้าระหว่างผลิตเสียหายได้

นอกจากการมีระบบเครื่องปั่นไฟอุตสาหกรรมที่ดีแล้ว การดูแลการใช้งานร่วมกับการทำ Preventive Maintenance เพื่อตรวจสอบการใช้งานทุก ๆ 6-12 เดือน จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุขัดข้องระหว่างการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

ระบบสำรองไฟฟ้าโรงงาน ป้องกันการหยุดชะงักของการทำงาน

เครื่องปั่นไฟโรงงานเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสำรองไฟฟ้า ที่ช่วยให้โรงงานสามารถรับมือกับเหตุไฟฟ้าดับหรือแหล่งจ่ายไฟหลักขัดข้องได้ ก่อนการติดตั้งควรตรวจสอบทั้งความพร้อมของพื้นที่ และปริมาณไฟฟ้าที่ต้องการ เพื่อเลือกเครื่องปั่นไฟที่เหมาะแก่การใช้งานมากที่สุด โดยสามารถติดต่อ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เราเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพดีจากแบรนด์ชั้นนำ ที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างละเอียด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeqp

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องปั่นไฟโรงงาน

Q: โรงงานจำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟหรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับลักษณะกิจการและผลกระทบจากการหยุดจ่ายไฟ หากโรงงานมีสายการผลิตหรือระบบสำคัญที่ไม่ควรหยุดทำงาน การมีระบบสำรองไฟสามารถช่วยลดผลกระทบจากไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างมาก

Q: เครื่องปั่นไฟดีเซลเหมาะกับโรงงานหรือไม่?

A: เครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นประเภทที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเหมาะกับงานที่ต้องการกำลังสูงและสามารถออกแบบเป็นระบบสำรองไฟสำหรับโรงงานได้

Q: เครื่องปั่นไฟโรงงานควรเป็น 1 เฟสหรือ 3 เฟส?

A: ขึ้นอยู่กับระบบไฟฟ้าเดิมที่ติดตั้ง แต่โดยส่วนมากแล้วเครื่องปั่นไฟโรงงานจะนิยมใช้แบบ 3 เฟส มากกว่า

Q: ระหว่างเครื่องปั่นไฟดีเซลกับก๊าซ แบบไหนเหมาะกับโรงงานมากกว่า?

A: เครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นที่นิยมในโรงงานเพราะหาซื้อเชื้อเพลิงง่าย เก็บได้นาน ส่วนเครื่องปั่นไฟแก๊สเหมาะกับโรงงานที่มีระบบท่อแก๊สอยู่แล้ว ควรพิจารณาค่าเชื้อเพลิงระยะยาวและความพร้อมของเชื้อเพลิงอีกที

Q: เครื่องปั่นไฟต้องบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?

A: เครื่องปั่นไฟมีรอบในการบำรุงรักษาเช่นเดียวกันกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบไฟฟ้า คือ 6-12 เดือน โดยสามารถใช้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีได้พร้อมกับส่วนอื่น ๆ ของโรงงาน

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

เริ่มต้นโครงการของคุณกับ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจ

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่กำลังมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับโครงการของคุณ ให้เราเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรงงานอุตสาหกรรมเป็นสถานที่ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ขั้นตอนการผลิตสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด การเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือเหตุขัดข้องในการนำส่งพลังงาน จะสร้างผลกระทบให้กับทั้งการผลิต และต้นทุนของธุรกิจ ส่งผลให้การมีเครื่องปั่นไฟโรงงานหรือระบบไฟสำรองโรงงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกโรงงานควรมี

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของเครื่องปั่นไฟแต่ละประเภท ข้อดีในการติดตั้ง และวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่สำคัญในการแปลงและส่งต่อไฟฟ้าเพื่อใช้งาน โดยในปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ตามมาตรฐานที่การไฟฟ้ากำหนดเอาไว้มีมากถึง 15 ขนาด ตั้งแต่ 25 kVA - 10,000 kVA โดยขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หม้อแปลง 250 kVA และ 500 kVA

ในบทความนี้ จะมาแนะนำหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดต่าง ๆ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำให้หม้อแปลง 250 kVA ขายดีและได้รับความนิยมในการใช้ภายในโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าสูงมาก เพราะทำหน้าที่ในการแปลงแรงดันไฟฟ้าที่ได้รับมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงความถี่ของกระแสไฟฟ้า ทำให้การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าตามมาตรฐานของ กฟภ. เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้าน และเจ้าของโรงงานไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีต่อระบบไฟฟ้า และแนวทางในการเลือกผู้ติดตั้งที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และการติดตั้งที่ตรงตามมาตรฐานของ กฟภ.
ในการตัดสินใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ระบบโซล่าเซลล์ อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของระบบคือ อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แต่กระแสไฟฟ้าที่ได้ยังไม่สามารถนำมาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ในทันที ต้องผ่านกระบวนการแปลงค่าโดยอินเวอร์เตอร์ก่อน

อินเวอร์เตอร์ในท้องตลาดถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ อินเวอร์เตอร์ 1 เฟส และ อินเวอร์เตอร์ 3 เฟส ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของแรงดันไฟฟ้า ปริมาณการรองรับกำลังไฟ วิธีการจ่ายไฟ และข้อกำหนดทางกฎหมายของการไฟฟ้า บทความนี้จะมาแจกแจงรายละเอียดทั้งหมด พร้อมแนะนำวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสม