panel degradation อัตราการเสื่อมสภาพของโซล่าเซลล์เมื่อมีการใช้งาน

Panel Degradation คือ? โซล่าเซลล์ยิ่งใช้นานประสิทธิภาพลดจริงไหม?

หลายคนอาจสงสัยว่าการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่บ้าน “เมื่อระยะเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพแผงโซล่าเซลล์จะลดลงจริงไหม” คำตอบคือ จริงอย่างแน่นอน โดยจะเรียกเหตุการณ์นี้ว่า Panel Degradation

ธรรมชาติของการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด รวมถึงแผงโซล่าเซลล์ ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ มักแปรผกผันสวนทางกับระยะเวลาในการใช้งาน บริการหลังการขายและการบำรุงรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ก่อนติดตั้งยังต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ผู้ผลิต และความคงทนของแผงโซล่าเซลล์อย่างจริงจัง
ประสิทธิภาพแผงโซล่าเซลล์ลดลงตามอายุการใช้งาน

Panel Degradation คืออะไร? ทำความเข้าใจการเสื่อมสภาพของแผงโซล่าเซลล์

Panel Degradation คือ อัตราการลดลงของความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของแผงโซล่าเซลล์เมื่อเวลาผ่านไป กล่าวคือ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจะลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับแผงโซล่าเซลล์ทุกแผง เนื่องจากมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ที่มากขึ้น

อัตราการเสื่อมสภาพแผงโซล่าเซลล์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกความคุ้มค่าและรักษาประสิทธิภาพแผงโซล่าเซลล์ได้ด้วยการให้ความสำคัญกับอัตราการเสื่อมสภาพที่แตกต่างกันในผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์แต่ละเจ้า โดยสามารถตรวจเช็กได้จากการรับประกันหรือการการันตีประสิทธิภาพ Panel Degradation ว่ามีอัตราการลดลงปีละเท่าไร และเลือกใช้แผงโซล่าเซลล์จากผู้ผลิตที่มี Panel Degradationน้อยที่สุด

ทำไมประสิทธิภาพการทำงานของแผงโซล่าเซลล์จึงลดลง?

Panel Degradation คือ สิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับการใช้งานระบบโซล่าเซลล์ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพหรืออายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ลดลง สามารถแบ่งได้ 5 ปัจจัย ดังนี้

1. LID (Light Induced Degradation)

การเสื่อมสภาพจากแสงแดดในช่วงแรกหรือ Power Stabilization ส่งผลให้อัตราการเสื่อมสภาพของแผงโซล่าเซลล์ลดลงอย่างมากในปีแรก แล้วจึงลดลงในอัตราปกติที่ประมาณ 0.3% – 0.7% ต่อปี อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้แผงโซล่าเซลล์จากผู้ผลิต Tier 1 อาจทำให้อัตราการเสื่อมสภาพอยู่ในระดับที่น้อยลง และผลิตกำลังไฟได้มากขึ้น

2. PID (Potential Induced Degradation)

การเสื่อมสภาพจากแรงดันไฟฟ้า จนเกิดการรั่วไหลของไฟจากฉนวนไปสู่แผงโซล่าเซลล์ ส่งผลให้ระบบไม่สามารถทำได้งานได้อย่างเต็มที่ มักมีปัจจัยมาจากไฟฟ้าแรงสูง อุณหภูมิที่สูงขึ้น และความชื้นสูง โดยส่วนมากแล้วจะพบความผิดปกตินี้เมื่อมีการใช้งานเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 4 – 10 ปีเป็นต้นไป

3. General Degradation

การแตกหรือร้าวของแผงเซลล์ที่เกิดจากการใช้วัสดุคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้ความชื้นและสิ่งสกปรกปนเปื้อน และขัดขวางการทำงานของแผงโซล่าเซลล์ จนทำให้ประสิทธิภาพแผงโซล่าเซลล์ลดลงได้

4. LeTID – Light and elevated Temperature Induced Degradation

ผลกระทบจากการใช้แผงโซล่าเซลล์จากผลึกซิลิคอนรุ่นใหม่ P-Type ที่มีจุดเด่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแผงเซลล์ที่สามารถเสื่อมสภาพได้จากอุณหภูมิและแสงแดดที่เปลี่ยนแปลง จึงควรพิจารณาเลือกใช้แผงโซล่าเซลล์ N-Type ที่สามารถป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ดีกว่า

อ่านบทความเพิ่มเติม:โซลาร์เซลล์คืออะไร? เลือกแผงแบบไหนดี? เจาะลึกสิ่งควรรู้ก่อนติดตั้ง

5. Micro-cracks and hot spots

รอยร้าวและรอยแตกขนาดเล็กบริเวณแผงเซลล์ เป็นรอยที่ตรวจสอบได้ยากและมักมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในช่วงแรก แต่หากปล่อยเอาไว้เป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อกำลังการผลิตไฟ

เปรียบเทียบ Degradation Rate 0.5% vs 0.7% ต่างกันแค่ไหนใน 25 ปี?

อัตราการเสื่อมสภาพแผงโซล่าเซลล์ มีความสำคัญในระยะยาว

“ระบบโซล่าเซลล์ยิ่งใช้นาน ยิ่งคุ้ม” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริง เนื่องจากการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์มักใช้เวลาประมาณ 3 – 7 ปีเพื่อความคุ้มทุน จากนั้นระยะเวลาหลังจากความคุ้มทุนจึงถือเป็นการประหยัดไฟแบบ 100% แน่นอนว่าเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เวลา แต่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าแต่ละปี

Degradation Rate ก็เช่นกัน หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่าความแตกต่างจาก 0.5% กับ 0.7% เพียงเล็กน้อยของ Panel Degradation จะมีความสำคัญ แต่หากมองในระยะยาวแล้ว ความแตกต่างเพียง 0.2% ต่อปี อาจดูเหมือนน้อย แต่เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ตลอดอายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ ที่ 25 ปี ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

Degradation Rateประสิทธิภาพคงเหลือหลังจาก 1 ปีประสิทธิภาพคงเหลือหลังจาก 10 ปีประสิทธิภาพคงเหลือหลังจาก 25 ปี
0.5% ต่อปี99.5%95.5%87.5%
0.7% ต่อปี99.3%93.7%82.5%

จากตารางจะเห็นได้ว่า เมื่อมีการใช้งานระบบโซล่าเซลล์เป็นระยะเวลา 1 ปี ความแตกต่างของประสิทธิภาพที่เหลืออยู่จะต่างเพียง 0.2% เท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึง 25 ปี จะพบว่าความแตกต่างของประสิทธิภาพคงเหลือจะอยู่ที่ 5% เลยทีเดียว แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าที่แปรผันตรงกับระยะเวลาการใช้งาน รวมถึงความสำคัญของการเลือกผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ที่มีคุณภาพและอยู่ใน Tier ต้น ๆ 

ทำไมแผงโซล่าเซลล์ Tier 1 อย่าง JA Solar ถึงคุ้มค่ากว่า

แผงโซล่าเซลล์ tier1 ที่ได้มาตรฐาน

หากพูดถึงการใช้งานระบบโซล่าเซลล์ JA Solar เป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตอันดับต้น ๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ แล้ว JA Solar ดีไหม? ก่อนจะตอบคำถามนี้ ต้องขออธิบายรายละเอียดของแผงโซล่าเซลล์ Tier 1 ก่อน

แผงโซล่าเซลล์ Tier 1 คือ แผงที่ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติเกือบ 100% เพื่อลดอัตราความผิดพลาด ซึ่งมักจะมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ทำให้แผงมีประสิทธิภาพสูง และมีอัตราการเสื่อมสภาพแผงโซล่าเซลล์ต่ำกว่า

ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เป็นผู้จัดจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์จาก JA Solar หนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ Tier 1 ระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจ มีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ พร้อมการรับประกันสินค้า 12 ปี และประสิทธิภาพการผลิต 30 ปี นอกจากนี้ยังมี Half-Cell Technology ลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกรณีที่มีแสงแดดอ่อนลง

เมื่อเทียบกับแผงโซล่าเซลล์ทั่วไปแล้ว การเลือกใช้แผงโซล่าเซลล์จาก JA Solar มีข้อได้เปรียบทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน อายุการใช้งาน ราคา และการยอมรับในฐานะบริษัทระดับโลก

อ่านบทความเพิ่มเติม:เปรียบเทียบแผงโซล่าเซลล์ Tier 1, Tier 2, Tier 3 ต่างกันอย่างไร? 

วางแผนระยะยาวเพื่ออายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ที่คงทน เลือกผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้

แผงโซล่าเซลล์ tier1 จาก ja solar

การเลือกแผงโซล่าเซลล์ที่มีคุณภาพสูง ไปพร้อม ๆ กับการพิจารณาอัตรา Panel Degradation คือส่วนหนึ่งของการเลือกใช้เท่านั้น เพราะความสำคัญของการติดตั้งที่ได้มาตรฐานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ จึงต้องให้ความสำคัญกับบริษัทรับติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ด้วย

ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ได้รับความไว้วางใจในฐานะผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าจากแบรนด์คุณภาพชั้นนำมากมาย รวมถึงมีบริการรับติดตั้งระบบโซล่าเซลล์จากแบรนด์ JA Solar ที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้คำปรึกษาและตอบทุกคำถาม เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของคุณ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeq

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพของแผงโซล่าเซลล์ (FAQ)

1. การดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์มีผลต่อ Degradation Rate หรือไม่?

มีผลอย่างมาก การดูแลบำรุงรักษาแผงโซล่าเซลล์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการกำจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง จะช่วยให้ระบบโซล่าเซลล์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดอัตราการเสื่อมสภาพของแผงโซล่าเซลล์

2. แผงโซล่าเซลล์ Tier 1 คืออะไร?

แผงโซล่าเซลล์ Tier 1 คือการจัดอันดับผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ที่จัดทำโดย BloombergNEF (BNEF) บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูล วิเคราะห์ทางด้านการเงินการลงทุน โดยประเมินจากความน่าเชื่อถือทางการเงิน การวิจัยและพัฒนา คุณภาพของการผลิต โดยจะได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินและความมีประสิทธิภาพมากกว่า

3. แผงโซล่าเซลล์มีอายุการใช้งานกี่ปี?

แผงโซล่าเซลล์คุณภาพสูงจะมีอายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์ เฉลี่ยยาวนาน 25-30 ปี หลังจากนั้นแผงโซล่าเซลล์จะยังคงผลิตไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 80-85% ของประสิทธิภาพเริ่มต้น

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

เริ่มต้นโครงการของคุณกับ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจ

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่กำลังมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับโครงการของคุณ ให้เราเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ในภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรม การบริหารต้นทุนพลังงานและความต่อเนื่องของระบบไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินงานโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการใช้ไฟสูงหรือมีการติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อผลิตไฟใช้เอง ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยบริหารพลังงานให้เหมาะกับช่วงเวลาและรูปแบบการใช้ไฟมากขึ้น

ในบทความนี้ จะพาไปทำความเข้าใจว่า BESS คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร สามารถนำไปใช้กับระบบ Solar ได้อย่างไร พร้อมแนวทางเลือกขนาดแบตเตอรี่โซล่าเซลล์ให้เหมาะกับโรงงานและการใช้งานจริง
การเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับพื้นที่ไม่ได้ดูเพียงแค่ขนาด BTU หรือราคาแอร์เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาทั้งลักษณะห้อง การรับแสงแดด จำนวนผู้ใช้งาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงานร่วมด้วย โดยเฉพาะแอร์อินเวอร์เตอร์ที่สามารถปรับความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์ตามภาระความเย็น ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้สม่ำเสมอและลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในบทความนี้ จะพาไปทำความเข้าใจว่า แอร์อินเวอร์เตอร์ทำงานอย่างไร แตกต่างจากแอร์ธรรมดาอย่างไร พร้อมวิธีประเมินขนาด BTU และปัจจัยสำคัญก่อนเลือกซื้อแอร์ติดผนังให้เหมาะกับการใช้งานจริง
ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ร้านอาหาร ไซต์งานก่อสร้าง หรือโรงงาน ปัญหาไฟดับถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้งานสะดุดและเกิดความเสียหายได้ การมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่การเลือกขนาดเครื่องปั่นไฟให้พอดีกับการใช้งาน จะต้องคำนวณจากโหลดไฟฟ้าที่ใช้งานจริง รวมถึงกำลังไฟที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของอุปกรณ์แต่ละประเภทด้วย

ในบทความนี้ จะมาอธิบายวิธีคำนวณว่าควรเลือกเครื่องปั่นไฟกี่ kVA พร้อมทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง kW และ kVA, Starting Load รวมถึงตัวอย่างการคำนวณสำหรับการใช้งานแต่ละประเภท
การรักษาความเสถียรและความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าแรงสูงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของโรงงานอุตสาหกรรม สถานีไฟฟ้า และอาคารขนาดใหญ่เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะบริเวณจุดปลายของสายเคเบิลที่มีความลื่นไหลของสนามไฟฟ้าผันแปร จึงมีความเสี่ยที่จะเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้สูง การเลือกใช้ Termination Kit หรือ ชุดหัวสายเคเบิลที่ได้มาตรฐานสากลจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยป้องกันความเสียหายและยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้าได้

ในบทความนี้ จะมาอธิบายว่า Termination Kit คืออะไร พร้อมหน้าที่และความสำคัญ ไปจนถึงวิธีการเลือกใช้ Termination Kit และแนวทางการติดตั้ง บำรุงรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย