การติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน มีข้อดีอย่างไร?
ก่อนจะเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของการติดตั้งที่ชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน เรามาเริ่มจากข้อดีของการติดตั้งกันก่อน หากอ่านแล้วรู้สึกว่าข้อดีเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แปลว่าคุณเหมาะสมที่จะติดตั้ง EV Charger ดี ๆ สักเครื่องไว้ที่บ้านอย่างแน่นอน
- ประหยัดเวลา: การชาร์จรถตามสถานีชาร์จรถสาธารณะมักรอคิวนานในช่วงวันหยุด หรืออาจต้องจองคิวผ่านแอปฯ เพื่อให้ได้ใช้งาน จากนั้นจึงใช้เวลาชาร์จอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 นาที ทำให้เสียเวลาในการเดินทางไปโดยไม่จำเป็น แต่การชาร์จรถมาจากที่บ้าน จะทำให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง
- ค่าใช้จ่ายถูกกว่า: ที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า เพราะไม่มีค่าบริการจากผู้บริการที่ต้องจ่าย นอกจากนี้หากบ้านคุณติดตั้งมิเตอร์ TOU ก็จะยิ่งช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกเท่าตัว เมื่อเลือกชาร์จรถในช่วงกลางคืน (Off-Peak)
- ถนอมแบตเตอรี่: ที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านมักเป็นแบบ AC หรือไฟฟ้าประแสสลับ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการชาร์จค่อนข้างนาน แต่มีการปล่อยความร้อนต่ำกว่าแบบ DC หรือไฟฟ้ากระแสตรง ที่นิยมใช้ตามสถานีชาร์จรถ โดยที่ชาร์จแบบ AC จะช่วยลดโอกาสในการเกิดแบตเตอรี่เสื่อมได้ดีมากกว่า
อ่านบทความเพิ่มเติม: กระแสไฟฟ้า AC กับ DC คืออะไร ต่างกันตรงไหน มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
- ความปลอดภัย: หัวชาร์จที่บ้านมีปริมาณการใช้งานที่น้อยกว่าที่สถานี ทำให้โอกาสในการชำรุด หรือเสื่อมสภาพน้อยกว่า ช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในการใช้งาน

Checklist ที่ต้องตรวจสอบและเตรียมตัวก่อนติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน
ก่อนตัดสินใจเลือกติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน เจ้าของบ้านควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าพื้นฐานอย่างละเอียดก่อน เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในการติดตั้ง โดยในขั้นตอนนี้หากเลือกใช้บริการจาก ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เราสามารถเข้าตรวจสอบให้คุณได้อย่างละเอียดที่หน้างาน
1. ตรวจสอบมิเตอร์
โดยปกติแล้วบ้านพักทั่วไปนิยมใช้มิเตอร์แบบ Single-Phase 15(45)A ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าไม่พอสำหรับการใช้ EV Charger จำเป็นต้องติดต่อการไฟฟ้าฯ เพื่อขอเพิ่มขนาดมิเตอร์เป็น Single-Phase 30(100)A หรือ 3-Phase 15(45)A จึงจะสามารถใช้งานได้อย่างเพียงพอ
2. ตรวจสอบขนาดสายไฟและตู้ไฟ
สายไฟที่เชื่อมต่อไปจากการไฟฟ้าเข้าสู่ตู้ควบคุมไฟ ควรมีขนาดอย่างน้อย 25 ตารางมิลลิเมตร เพื่อรองรับการใช้งาน นอกจากนี้ตู้ MDB ควรมีพื้นที่สำหรับการติดตั้ง Miniature Circuit Breaker (MCB) ขนาด 1P 16A แยกออกจากวงจรปกติ เพื่อใช้สำหรับ EV Charger โดยเฉพาะ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
3. การเลือกประเภทของที่ชาร์จรถไฟฟ้า
- หัวชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charger): หัวชาร์จแบบ AC กระแสสลับ ส่วนใหญ่เป็นหัวชาร์จที่แถมมากับรถ ใช้เวลาในการชาร์จ 12-16 ชั่วโมง
- หัวชาร์จแบบ Wall Box (Double Speed Charger): หัวชาร์จแบบ AC กระแสสลับจากเครื่องชาร์จ Wall Charger ได้รับความนิยมมากที่สุดในการชาร์จรถ ใช้เวลาในการชาร์จ 4-8 ชั่วโมง ในด้านการใช้งานจะมีความปลอดภัยมากกว่าหัวชาร์จแบบธรรมดา
- หัวชาร์จแบบเร็ว (Quick Charger): หัวชาร์จแบบ DC กระแสตรง พบได้ทั่วไปตามปั๊มหรือสถานีชาร์จรถไฟฟ้า มีราคาค่อนข้างสูง ไม่นิยมติดตั้งในบ้านเท่าไรนัก ใช้เวลาในการชาร์จ 30-60 นาที
4. การพิจารณาผู้ให้บริการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน
สิ่งสำคัญที่สุดในการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน คือ การเลือกผู้ให้บริการในการติดตั้งและจำหน่าย EV Charger โดยเกณฑ์หลัก ๆ ที่ต้องทำการพิจารณา เช่น วิศวกรไฟฟ้าที่มีใบรับรอง ช่างที่มีประสบการณ์งานไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และรองรับมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบได้
คำนวณความคุ้มค่าระหว่างการติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน กับการชาร์จที่สถานีชาร์จรถ
สำหรับการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ราคาเริ่มต้นโดยประมาณจะอยู่ที่ 30,000 – 100,000 บาท (ราคาปรับเปลี่ยนได้ตามยี่ห้อและอุปกรณ์เสริม) โดยจะมีองค์ประกอบของค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าเครื่อง ค่าอุปกรณ์ ค่าติดตั้ง และการขยายมิเตอร์
คำนวณความคุ้มค่าในการใช้งานเบื้องต้น อ้างอิงกำลังไฟ 50 หน่วย (เปลี่ยนแปลงตามความจุแบตเตอรี่) ดังนี้
- ที่ชาร์จรถสาธารณะ: ค่าบริการหน่วยละประมาณ 8 บาท
- ที่ชาร์จรถในบ้าน: ค่าบริการตามจริงหน่วยละประมาณ 4.2 บาท หรืออาจต่ำกว่าหากใช้มิเตอร์ TOU
จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายระหว่างการใช้ EV Charger ติดตั้งบ้าน กับ การชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะ แตกต่างกันเกือบ 2 เท่า แม้ว่าการติดตั้งที่บ้านจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม แต่เมื่อเทียบกับความสะดวกสบาย และเวลาที่ไม่ต้องเสียไปกับการรอคิวที่สถานีชาร์จ ถือเป็นวิธีการที่คุ้มค่าและน่าสนใจมากทีเดียว

ปัญหาค่าไฟแพงขึ้นจากที่ชาร์จรถไฟฟ้า แก้ไขอย่างไร?
EV Charger ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า 1 ชิ้น ที่มีการใช้ไฟฟ้าเหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นอื่น ๆ แน่นอนว่าค่าน้ำมันที่ประหยัดไป จะถูกแทนที่ด้วยค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าไฟพุ่งเกินกว่าที่ควรจะเป็น สามารถบริหารจัดการให้ดีได้ด้วยวิธีเหล่านี้
1. การใช้มิเตอร์ TOU
มิเตอร์ TOU หรือ Time of Use จะมีหลักการคิดค่าไฟที่แตกต่างจากมิเตอร์ปกติทั่วไป คือ ค่าไฟจะแพงในช่วง On-Peak หรือช่วงกลางวัน แต่จะมีราคาถูกลงในช่วง Off-Peak หรือช่วงกลางคืน เหมาะสำหรับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าตอนกลางคืนเป็นหลัก และสามารถชาร์จรถไฟฟ้าทิ้งไว้ในช่วงนี้ได้
2. การเลือกเครื่องชาร์จให้เหมาะสม
การติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน สิ่งสำคัญคือการเลือกประเภทของยี่ห้อของเครื่องชาร์จให้เหมาะสม โดยส่วนมากนิยมติดตั้ง Wall Charger ติดผนัง เนื่องจากประหยัดพื้นที่ และใช้งานได้ง่าย ขอแนะนำเครื่องชาร์จจาก Wall Box ที่ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยหัวชาร์จแบบ AC ที่มีความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมระบบ Smart Charging สามารถตั้งเวลาและตรวจสอบการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้ เหมาะสำหรับการติดตั้งที่บ้าน
3. การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
การติดตั้ง โซลาร์เซลล์ เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยประหยัดค่าไฟในบ้าน โดยใช้พลังงานสะอาดที่ผลิตมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถนำมาใช้ร่วมกับที่ชาร์จรถไฟฟ้าได้ ช่วยประหยัดค่าไฟได้ทั้งบ้านแบบคุ้มค่า
อ่านบทความเพิ่มเติม : คำนวณค่าใช้จ่ายติดตั้ง แผงโซล่าเซลล์ราคาเท่าไร? พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับบ้านคุณ
แนะนำการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน EV Charger จาก ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์
สำหรับเจ้าของรถไฟฟ้าที่ต้องการความสะดวกสบายในการชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายและติดตั้งระบบไฟฟ้าครบวงจร ขอแนะนำเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจาก Wallbox แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ และดีไซน์สวยงาม ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในบ้านและโรงงาน
สนใจติดต่อ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และสำรวจพื้นที่หน้างาน โดยทีมวิศวกรมืออาชีพ พร้อมช่วยคุณเลือก Wallbox EV Charger ให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
ดูรายละเอียดได้ที่ : https://np-eqp.co.th/ev-charger-2/

ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้ามาตรฐานสำหรับการติดตั้ง EV Charger
การติดตั้ง EV Charger ที่บ้านให้คุ้มค่า จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างรัดกุม และเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในระยะยาว พวกเรา ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ เข้าใจถึงความซับซ้อนของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างดี ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจร เราสามารถให้คำปรึกษาในการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านให้คุณได้อย่างละเอียด ตามมาตรฐานของการไฟฟ้า เพื่อให้คุณมั่นใจว่าทุกการติดตั้งจะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา หรือโทร 083-424-6999 และสามารถแอดไลน์ได้ที่ @npeqp
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน (FAQ)
สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้า เรารวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วที่นี่
1. ติดตั้ง EV Charger ที่บ้านใช้เวลานานไหม?
โดยปกติงานเดินสายและติดตั้งเครื่องจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน แต่ขั้นตอนการขอขยายมิเตอร์กับการไฟฟ้าอาจใช้เวลา 7-14 วันทำการ
2. ต้องขออนุญาตการไฟฟ้าก่อนติดตั้งหรือไม่?
หากมีการเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ ต้องยื่นคำร้องและรอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบระบบการเดินสายไฟภายในก่อน จึงจะเปลี่ยนหรือขยายมิเตอร์ใหม่ได้
3. มิเตอร์ TOU คุ้มจริงไหมสำหรับการชาร์จรถ?
คุ้มค่ามาก เพราะค่าไฟช่วง Off-peak ถูกกว่าปกติค่อนข้างมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถไฟฟ้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด
