หน้าฝนปลอดภัยจากไฟช็อต

ภัยเงียบหน้าฝน! ระวัง “ไฟช็อต” อันตรายซ่อนอยู่ใกล้หม้อแปลง สายส่ง และลูกถ้วยไฟฟ้า

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่มาพร้อมกับความชื้น น้ำฝน และฟ้าคะนองก็คือ “ภัยไฟฟ้า” ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเฉพาะไฟช็อต ซึ่งเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นได้ง่ายจากอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าภายนอก ไม่ว่าจะเป็น หม้อแปลงไฟฟ้า, สายส่ง, หรือ ลูกถ้วยไฟฟ้า ล้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตหากเข้าใกล้โดยไม่รู้เท่าทัน

ลองมาดูเหตุผลว่าทำไมหน้าฝนจึงต้องเพิ่มความระวังกับระบบไฟฟ้าแรงสูง และควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้ปลอดภัยจาก ไฟดูด, ไฟรั่ว, และ ไฟรั่วลงโครง ซึ่งเป็นต้นตอของไฟช็อตที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง

ฝนตกอาจทำให้เกิดไฟรั่วได้ง่าย

ทำไมหน้าฝนถึงเสี่ยงไฟช็อตมากกว่าฤดูอื่น?

ในช่วงหน้าฝน ความชื้นในอากาศจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสะสมของน้ำฝนตามเสาไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า หรือบริเวณที่มีสายไฟฟ้าแรงสูง สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิด “ไฟรั่ว” ได้ง่ายขึ้น หากมีจุดชำรุด รอยร้าว หรือฉนวนเสื่อมสภาพ น้ำฝนอาจกลายเป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟรั่วลงโครง หรือไฟช็อตที่สามารถส่งกระแสไฟฟ้ามายังวัตถุใกล้เคียงหรือแม้แต่คนที่เดินผ่านได้

จุดอันตรายเสี่ยงไฟช็อต

รู้จัก 3 จุดเสี่ยงไฟช็อตหลักในระบบไฟฟ้าภายนอก

3 จุดเสี่ยงไฟช็อตที่ควรระวัง มีดังนี้

1. หม้อแปลงไฟฟ้า

หม้อแปลงไฟฟ้า ทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน เป็นส่วนสำคัญในระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเกิดรอยรั่วซึมหรือน้ำเข้าระบบภายในหม้อแปลง อาจทำให้เกิดไฟรั่วภายนอกได้ และหากโครงหม้อแปลงไม่ต่อสายดินที่ดีพอ ก็อาจทำให้เกิดไฟรั่วลงโครง เสี่ยงไฟช็อต ได้ทุกเมื่อ

2. สายไฟฟ้าแรงสูง

สายไฟที่พาดผ่านในชุมชนส่วนใหญ่มักเป็นสายแรงสูง หากเกิดฟ้าผ่า หรือน้ำฝนสะสมบนสายไฟมากเกินไปจนฉนวนเสื่อม อาจเกิดไฟดูดได้จากระยะไกล แม้ไม่ได้สัมผัสตรงๆ เพียงแค่เดินเข้าใกล้ในระยะที่อันตรายก็มีโอกาสได้รับอันตรายไฟฟ้าแรงสูงได้เช่นกัน

3. ลูกถ้วยไฟฟ้า (Insulator)

หน้าที่ของลูกถ้วยไฟฟ้าคือเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้ารั่วจากสายไฟลงมาสู่เสา โดยเฉพาะในระบบแรงสูง ถ้าลูกถ้วยแตกร้าวหรือมีคราบสะสมจากฝุ่นละอองผสมความชื้น ฝนตกเพียงเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นสื่อนำกระแสไฟ เกิด “Flashover” หรือการลัดวงจรผ่านพื้นผิวของลูกถ้วยได้ ซึ่งเสี่ยงเกิดไฟช็อตอย่างยิ่ง

สัญญาณเตือนไฟช็อต ไฟรั่ว

5 สัญญาณเตือนระบบไฟฟ้าเสี่ยงอันตรายจากไฟช็อต

สัญญาณเตือนระบบไฟฟ้า สังเกตได้ดังนี้

1. ได้ยินเสียง “ซ่า” หรือ “เปรี๊ยะๆ” บริเวณเสาไฟ

2. เห็นประกายไฟหรือควันออกจากหม้อแปลงหรือสายไฟ

3. มีคราบเขียวหรือสนิมสะสมตามอุปกรณ์ไฟฟ้ากลางแจ้ง

4. หม้อแปลงหรือสายไฟมีน้ำขังบริเวณฐาน

5. สัตว์เลี้ยงหรือสิ่งของที่สัมผัสกับอุปกรณ์ไฟฟ้าแล้วมีอาการผิดปกติ

หากพบเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบ

อ่านบทความที่น่าสนใจ:SNAKE GUARD และแผ่นอลูมิเนียมกันงูมีประโยชน์อย่างไร?

วิธีป้องกันอันตรายไฟฟ้าแรงสูง

ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากไฟฟ้าแรงสูงในหน้าฝน?

วิธีป้องกันภัยจากไฟฟ้าแรงสูง มีดังนี้

  • อย่าเดินเข้าใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าหรือเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยเฉพาะหลังฝนตกใหม่ๆ
  • ไม่สัมผัสสายไฟที่ตกลงมาบนพื้นเด็ดขาด แม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีไฟ
  • ไม่พยุงหรือจับรั้วเหล็ก ป้ายโลหะ หรือโครงสร้างที่อยู่ใกล้เสาไฟ เพราะอาจมีไฟรั่วลงโครง
  • หากต้องทำงานใกล้ระบบไฟฟ้าในหน้าฝน ควรสวมรองเท้ายาง และใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน
  • ติดตั้งระบบตัดไฟรั่วภายในบ้าน เช่นRCD (Residual Current Device) เพื่อป้องกันไฟดูดจากภายใน

ทั้งหมดนี้ถือเป็นเทคนิคป้องกันอันตรายช่วงหน้าฝน ที่ทุกคนสามารถนำไปทำตามกันได้ง่าย ๆ

ไฟรั่วลงโครง ทำให้คนสัมผัสโดยไม่รู้ตัว

ไฟช็อตอันตรายแค่ไหน?

ไฟช็อตมีความอันตรายถึงชีวิต ดังนี้

  • กระแสไฟฟ้าเพียง 30 มิลลิแอมป์ ก็สามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในไม่กี่วินาที
  • ถ้าโดนช็อตจากระบบแรงสูง เช่นจากสายไฟฟ้าแรงสูงหรือหม้อแปลง อาจเกิดบาดแผลไหม้ลึก หรือเสียชีวิตทันที
  • หลายกรณีไม่ได้เสียชีวิตจากการสัมผัสตรง แต่เกิดจาก “ไฟรั่วลงโครง” แล้วคนไปสัมผัสกับวัตถุนั้นโดยไม่รู้ตัว

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม :อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

ความรู้เรื่องไฟช็อต ไฟรั่ว ที่ต้องรู้

ความรู้ไฟฟ้าเบื้องต้นที่ทุกคนควรมี

ในชีวิตประจำวัน เราอาศัยไฟฟ้าแทบทุกวินาที ไม่ว่าจะชาร์จโทรศัพท์ เปิดแอร์ หรือต้มน้ำร้อน แต่หลายคนกลับมองข้าม “ความรู้ไฟฟ้าเบื้องต้น” ที่อาจเป็นเกราะป้องกันอันตรายให้คุณและคนในบ้านได้อย่างไม่คาดคิด โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความเสี่ยงจากไฟช็อตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

สิ่งแรกที่ควรรู้คือตำแหน่งของเบรกเกอร์หลักในบ้าน และเข้าใจว่าควรตัดระบบเมื่อใด เช่น เมื่อมีน้ำรั่วจากหลังคาใกล้สายไฟ หรือเมื่อเกิดกลิ่นไหม้จากปลั๊กพ่วง นอกจากนี้ควรรู้จักวิธีใช้ปลั๊กอย่างปลอดภัย เช่น หลีกเลี่ยงการเสียบปลั๊กในพื้นที่เปียก ใช้ปลั๊กที่มีสายดิน และไม่เสียบปลั๊กพ่วงซ้อนกันหลายชั้น

การตรวจสอบสายไฟ ปลั๊ก และอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ เช่น สายไฟที่เริ่มกรอบ แตก หรือมีรอยไหม้ ควรเปลี่ยนทันที อย่าปล่อยให้สิ่งเล็ก ๆ กลายเป็นภัยใหญ่

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าประมาท” กับไฟฟ้า ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน เพราะอุบัติเหตุจากไฟฟ้าอย่าง ไฟช็อต ไฟดูด หรือไฟรั่ว มักเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว และหลายครั้งอาจถึงขั้นเสียชีวิต

ติดตั้งไฟฟ้าปลอดภัย มั่นใจทีมงานณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์

มั่นใจปลอดภัยทุกสภาพอากาศ หมดกังวลไฟช็อต เลือกณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์อุปกรณ์ได้มาตรฐาน ใช้งานได้ยาวนาน!

วางใจเรื่องระบบไฟฟ้า เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้า การออกแบบ และติดตั้งระบบไฟฟ้ามาตรฐานอุตสาหกรรม ทั้งตู้ MDB, เบรกเกอร์, สายไฟ, หรือตู้คอนโทรล ทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบ ปลอดภัย ลดความเสี่ยงไฟช็อต ใช้งานได้ยาวนานแม้ในสภาพอากาศแปรปรวน

ทีมวิศวกรมืออาชีพพร้อมดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ครอบคลุมทั้งบ้าน อาคาร โรงงาน และโครงการขนาดใหญ่ได้ทั้งเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และบริการหลังการขายระดับมืออาชีพ

สนใจสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือบริการติดตั้งติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร083-424-6999 และแอดไลน์@npeq

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอันตรายจากไฟฟ้าช่วงหน้าฝน

1. ทำไมช่วงหน้าฝนจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟช็อตและอันตรายจากไฟฟ้ามากขึ้น?

ในช่วงหน้าฝน น้ำและความชื้นเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทำให้มีโอกาสเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟรั่ว หรือไฟดูดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกอาคาร เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า สายส่ง และลูกถ้วยไฟฟ้า

ในที่สาธารณะช่วงหน้าฝน ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้เสาไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าขณะฝนตกหรือน้ำท่วม, ห้ามสัมผัสเสาไฟฟ้าที่เปียก, ไม่เดินลุยน้ำที่มีสายไฟขาด และห้ามแตะต้องสายไฟที่ขาดหรือตกถึงพื้นเด็ดขาด

เจ้าของบ้านหรืออาคารควรตรวจสอบระบบสายดิน, เบรกเกอร์ควบคุมไฟฟ้า, และอุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว (RCD/RCBO) ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ รวมถึงตรวจสอบสายไฟภายนอกอาคารว่าไม่มีรอยชำรุด และหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยมือที่เปียก

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

สารบัญ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในบทความนี้

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

blank

Bangkok Cable

สายไฟฟ้าชนิดตัวนําทองแดง 12/20(24) kV CV

ต้องการ
คำแนะนำเพิ่มเติม?

เริ่มต้นโครงการของคุณกับ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจ

ให้ความรู้จากบทความของเราเป็นจุดเริ่มต้น และให้ผลิตภัณฑ์
คุณภาพสูงของเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่กำลังมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับโครงการของคุณ ให้เราเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรงงานอุตสาหกรรมเป็นสถานที่ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ขั้นตอนการผลิตสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด การเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือเหตุขัดข้องในการนำส่งพลังงาน จะสร้างผลกระทบให้กับทั้งการผลิต และต้นทุนของธุรกิจ ส่งผลให้การมีเครื่องปั่นไฟโรงงานหรือระบบไฟสำรองโรงงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกโรงงานควรมี

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของเครื่องปั่นไฟแต่ละประเภท ข้อดีในการติดตั้ง และวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่สำคัญในการแปลงและส่งต่อไฟฟ้าเพื่อใช้งาน โดยในปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ตามมาตรฐานที่การไฟฟ้ากำหนดเอาไว้มีมากถึง 15 ขนาด ตั้งแต่ 25 kVA - 10,000 kVA โดยขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หม้อแปลง 250 kVA และ 500 kVA

ในบทความนี้ จะมาแนะนำหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดต่าง ๆ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำให้หม้อแปลง 250 kVA ขายดีและได้รับความนิยมในการใช้ภายในโรงงานมากที่สุด
หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าสูงมาก เพราะทำหน้าที่ในการแปลงแรงดันไฟฟ้าที่ได้รับมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงความถี่ของกระแสไฟฟ้า ทำให้การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าตามมาตรฐานของ กฟภ. เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้าน และเจ้าของโรงงานไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน

ในบทความนี้ จะมาพูดถึงความสำคัญของหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีต่อระบบไฟฟ้า และแนวทางในการเลือกผู้ติดตั้งที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และการติดตั้งที่ตรงตามมาตรฐานของ กฟภ.
ในการตัดสินใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ระบบโซล่าเซลล์ อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของระบบคือ อินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ เนื่องจากแผงโซล่าเซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แต่กระแสไฟฟ้าที่ได้ยังไม่สามารถนำมาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ในทันที ต้องผ่านกระบวนการแปลงค่าโดยอินเวอร์เตอร์ก่อน

อินเวอร์เตอร์ในท้องตลาดถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ อินเวอร์เตอร์ 1 เฟส และ อินเวอร์เตอร์ 3 เฟส ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของแรงดันไฟฟ้า ปริมาณการรองรับกำลังไฟ วิธีการจ่ายไฟ และข้อกำหนดทางกฎหมายของการไฟฟ้า บทความนี้จะมาแจกแจงรายละเอียดทั้งหมด พร้อมแนะนำวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสม