
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าฝั่งยุโรปถึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมควรเลือกยี่ห้อรถไฟฟ้า EV จากฝั่งยุโรปแทนที่จะเป็นแบรนด์จากจีนหรือญี่ปุ่น ต่อไปนี้คือข้อดีที่ทำให้รถ EV จากยุโรปเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจ
- มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง เพราะผ่านการทดสอบระดับสากลจากองค์กรอิสระ เช่น Euro NCAP
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ทันสมัย รองรับการชาร์จเร็วและมีระยะทางขับขี่ที่ยาวนานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ดีไซน์พรีเมียม การออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่เรียบหรู และใช้วัสดุคุณภาพสูง
- สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม การขับขี่ที่มั่นคง นุ่มนวล และเสียงเงียบ
- รองรับมาตรฐานการชาร์จ (AC) Type 2 และ CHAdeMO ซึ่งเป็นมาตรฐานหัวชาร์จของ EV Charger ที่มีในไทยและในสถานีชาร์จหลายแห่ง
เลือกอ่านบทความที่น่าสนใจ : ติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน คุ้มค่าจริงไหม คืนทุนตอนไหน ประหยัดไฟได้กี่บาท?
5 ยี่ห้อรถไฟฟ้าฝั่งยุโรปที่ขายในไทย พร้อมรุ่นเด่นที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า
สำหรับใครที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องพลังงานจากยี่ห้อรถไฟฟ้าทางยุโรป ต่อไปนี้คือ 5 รุ่นรถ EV ที่มีขายในไทยที่โดดเด่นเรื่องดีไซน์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน

1. Volvo
ยี่ห้อรถไฟฟ้าจากประเทศสวีเดน ที่ขึ้นชื่อในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งรถยนต์จาก Volvo ยังมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้ได้ใช้อยู่เป็นประจำ ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้รถทั่วโลก และปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าหลายรุ่นให้เป็นตัวเลือกที่รองรับกับการใช้งาน
รุ่นที่น่าสนใจ Volvo EX40
รถไฟฟ้า SUV ที่เพิ่งเปิดตัวช่วงปลายปี 2567 มาพร้อมเทคโนโลยีและการออกแบบที่ทันสมัย พร้อมกับเอกลักษณ์ของโครงสร้างที่มีความปลอดภัยสูง โดยมีจุดเด่น ดังนี้
- รองรับการขับขี่ได้ยาวนาน : ในรุ่นมอเตอร์เดี่ยวรองรับการขับขี่ได้สูงสุดที่ 565 กิโลเมตร และรุ่นมอเตอร์คู่ รองรับการวิ่งไกลได้ที่ 645 กิโลเมตร
- สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม : ในรุ่นมอเตอร์คู่ ที่ให้กำลังสูงสุดที่ 408 แรงม้า และแรงบิด 670 นิวตันเมตร
- การชาร์จที่รวดเร็ว : รองรับการใช้ EV Charger หัวชาร์จ (AC) Type 2 และการชาร์จเร็วแบบ DC ทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยวและแบบมอเตอร์คู่
- เทคโนโลยีล้ำสมัย : ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้งานร่วมกับ Google ทำให้ใช้งานระบบนำทางและใช้งานแอปพลิเคชันได้รวดเร็วและต่อเนื่อง
- ความปลอดภัยสูง : มีระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติและระบบป้องกันการชน

2. Audi
แบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมนีที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1899 Audi มีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ และสมรรถนะในการขับเคลื่อน ซึ่งในบ้านเราก็มีตัวเลือกของรถไฟฟ้า EV 100% หลากหลายรุ่นในไทยที่น่าสนใจด้วย
รุ่นที่น่าสนใจ Audi Q8 e-tron
Audi Q8 e-tron คือรถยนต์ไฟฟ้า SUV แบบ BEV ที่ใช้ไฟฟ้า 100% ได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากตระกูล Sphere ที่ล้ำสมัย พร้อมระบบอัจฉริยะอีกมากมาย สำหรับจุดเด่นที่น่าสนใจของรุ่นนี้
- ขับขี่ทางไกลได้ต่อเนื่อง : ในรุ่น e-tron 50 วิ่งได้ 582 กิโลเมตร และรุ่น e-tron 55 วิ่งได้สูงสุดที่ 636 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ระบบขับเคลื่อนที่ปลอดภัย : ระบบขับเคลื่อน Quattro แบบ 4 ล้อไฟฟ้า ช่วยยึดเกาะได้ดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน
- รองรับการชาร์จเร็ว : รองรับการชาร์จเร็วด้วยหัวชาร์จ DC และการชาร์จไฟบ้าน (AC) Type 2
- เทคโนโลยีที่ทันสมัย : ระบบ MMI Touch Response และ Virtual Cockpit Plus
- ระบบช่วยการขับขี่ขั้นสูง : มีระบบกล้อง 360 องศา และ Lane Departure Warning ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และ Adaptive Cruise Control พร้อม Traffic Jam Assist

3. MINI Cooper
อีกหนึ่งยี่ห้อรถไฟฟ้าจากประเทศอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์ของรถที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนทั้งรถ EV หรือรถเชื้อเพลิงน้ำมัน และเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ของการใช้งานในเมืองด้วยขนาดกะทัดรัด
รุ่นที่น่าสนใจ MINI Cooper SE
MINI Cooper SE คือรถ EV ในไทยที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะยัคงคอนเซปต์ของดีไซน์ที่สวยงาม ขนาดกะทัดรัดเพื่อรองรับกับการใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัว โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของรถรุ่นนี้ เช่น
- ดีไซน์คลาสสิกและทันสมัย : แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์คลาสสิกและความทันสมัยเอาไว้อย่างลงตัว
- รองรับการใช้งานในเมือง : ด้วยระยะทาง 305 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอต่อการขับขี่ในเมือง
- รองรับระบบชาร์จเร็ว : รองรับการชาร์จ (AC) Type 2 และ DC Fast Charging
- ระบบความปลอดภัย : มีระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ และแจ้งเตือนการชนด้านหน้า พร้อมทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
- โหมดการขับขี่ที่เลือกได้ : มีระบบขับขี่ที่เลือกให้เหมาะกับการใช้งานได้ ทั้ง Sport, Mid และ Green
เลือกชมสินค้า : เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า wallbox

4. BMW
ค่ายรถยนต์จากยุโรปที่กระโดดเข้ามาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งความน่าสนใจของ BMW อยู่ที่การออกแบบรถยนต์ดีไซน์สปอร์ต กับการผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ได้รถไฟฟ้าที่ทั้งสวย โฉบเฉี่ยว และการใช้งานที่ไว้วางใจได้ในเรื่องสมรรถนะในการใช้งาน
รุ่นที่น่าสนใจ BMW ix3
รถไฟฟ้า SUV ที่เน้นความสมดุลทั้งการขับขี่ที่ช่วยประหยัดพลังงานพร้อมกับสมรรถนะที่เน้นความคล่องตัวในทุกการขับเคลื่อน อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องงานออกแบบที่หรูหราและสปอร์ตที่เน้นความทันสมัย โดยจุดเด่นของ BMW ix3 มีดังนี้
- มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังแรงสูง : ด้วยกำลัง 286 แรงม้า ที่ให้แรงบิด 400 นิวตันเมตร กับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที
- รองรับการขับขี่ทางไกล : กับแบตเตอรี่ขนาด 80 kWh ที่วิ่งได้ไกลสูงสุด 460 กิโลเมตร
- การชาร์จพลังงานที่รวดเร็ว : ตัวรถรองรับ DC Fast Charging 150 kW และชาร์จไฟบ้าน (AC) ได้สบาย
- การควบคุมที่แม่นยำ : ด้วยระบบ RWD หรือขับเคลื่อนล้อหลัง
- ระบบช่วยขับขี่ : เน้นความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวกสบาย ด้วยระบบรักษารถให้อยู่ในเลน ระบบแจ้งเตือนการชนทั้งด้านหน้าและหลัง และระบบ Adaptive Cruise Control ช่วยขับเคลื่อนในการใช้งานทางไกล

5. Mercedes Benz
ยี่ห้อรถไฟฟ้าจากยุโรปที่มีความลักซ์ชัวรีและทันสมัย กับฟังก์ชันที่มาพร้อมเทคโนโลยีมากมายให้เลือกใช้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความพรีเมียมและการใช้งานต่อเนื่องในยาวนาน ด้วยแบตเตอรี่ที่รองรับกับการขับขี่ทางไกลกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีอัตราเร่งสูง
รุ่นที่น่าสนใจ Mercedes-Benz EQS 450+
รถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งเรื่องของดีไซน์ภายในและภายนอก กับสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัยและคล่องตัวในทุกเส้นทาง โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของ Mercedes-Benz EQS 450+ มีรายละเอียดดังนี้
- การขับขี่ต่อเนื่องได้ยาวนาน : วิ่งได้สูงสุดถึง 770 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
- แรงบิดเต็มอัตรา : ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 333 แรงม้า ที่แรงบิด 565 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 5.6 วินาที
- ระบบชาร์จเร็ว : รองรับการชาร์จ DC Fast Charging 200 kW และชาร์จระบบไฟบ้าน (AC) Type 2
- ระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัย : มีระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control และมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติพร้อมทั้ง Lane Keep Assist

นอกจากเลือกรถยนต์ไฟฟ้า ระบบชาร์จก็สำคัญ
สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะเลือกซื้อยี่ห้อรถไฟฟ้าค่ายไหนก็ตาม อย่าลืมพิจารณาเรื่องของระบบชาร์จพลังงานด้วย เพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้รถ EV โดยเฉพาะในไทยที่มีการใช้หัวชาร์จแบบ AC Type 2 สำหรับชาร์จไฟฟ้าจากที่บ้าน หรือการใช้งานสถานีชาร์จที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น หัวชาร์จ DC CHAdeMO ซึ่งการทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบชาร์จไฟก็จะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้นด้วย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าจากยุโรป ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ พร้อมให้บริการติดตั้ง EV Charger เพื่อการใช้งานที่สะดวกและปลอดภัย สำหรับที่พักอาศัย ด้วยเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจาก Wallbox แบรนด์ผู้ผลิต EV Charger ชั้นนำระดับโลกพร้อมบริการหลังการขาย เพื่อการใช้งานปลอดภัย ได้มาตรฐาน และตอบโจทย์กับพื้นที่การใช้งานได้มากที่สุด
ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี ในธุรกิจไฟฟ้า มั่นใจได้เรื่องมาตรฐานและการให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้มากที่สุด
บริษัท ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ พร้อมให้คำปรึกษาด้านระบบไฟฟ้าและ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของคุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : @npeq หรือ โทร. 06-5946-4765 หรือ ติดต่อเรา