ระบบโซล่าเซลล์มีอะไรบ้าง?
การติดตั้งโซล่าเซลล์ในปัจจุบันนั้นมีระบบหลักที่ใช้ทั้งหมด 3 ประเภท คือ ระบบ On-Grid, ระบบ Off-Grid และระบบ Hybrid ส่วนแต่ละแบบนั้นจะมีความแตกต่างกันอย่างไรหรือเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหนบ้าง ลองมาดูคุณสมบัติและการทำงานของโซล่าเซลล์แต่ละประเภทไดัตามรายละเอียดต่อไปนี้

1. ระบบโซล่าเซลล์ออนกริด (On-Grid)
ระบบโซล่าเซลล์ออนกริด คือ ระบบที่ใช้กระแสไฟแบบกึ่งซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งไฟฟ้าที่ผลิตมาจากแผงโซล่าเซลล์ และใช้ไฟฟ้าที่ถูกส่งมาจากการไฟฟ้าเพื่อรองรับในการใช้ไฟฟ้ากรณีที่แผงโซล่าเซลล์มีปัญหาได้ อีกทั้งยังมีโครงการของการไฟฟ้าที่ให้ผู้ใช้ขายไฟฟ้าส่วนเกินจากการใช้จริงคืนให้กับการไฟฟ้าได้อีกด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการยื่นขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์แบบ On-Grid กับทางการไฟฟ้าก่อน เป็นรูปแบบของระบบโซล่าเซลล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีความคุ้มค่าและคืนทุนได้เร็ว
อ่านเพิ่มเติม : อัปเดตล่าสุด! 4 ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์ที่ต้องรู้
จุดเด่นของระบบโซล่าเซลล์ On-Grid
- ระบบออนกริดมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งต่ำกว่าระบบอื่นทำให้คืนทุนค่าติดตั้งได้เร็ว
- สำหรับการติดตั้งใช้เองในบ้านอยู่อาศัย สามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้
- เมื่อแสงแดดน้อยสามารถดึงไฟจากการไฟฟ้ามาใช้งานแทนได้
- ช่วยประหยัดค่าไฟได้มากโดยเฉพาะในช่วงกลางวันและช่วง Peak
จุดด้อยของระบบโซล่าเซลล์ On-Grid
- ไม่สามารถผลิตและจ่ายไฟในเวลากลางคืนได้
- มีขั้นตอนการยื่นเอกสารขออนุญาตที่อาจต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย
- กรณีที่ไฟฟ้าดับระบบโซล่าเซลล์จะไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากมีการเชื่อมขนานระบบกับการไฟฟ้า
2. ระบบโซล่าเซลล์ออฟกริด (Off-Grid)
ระบบโซล่าเซลล์แบบออฟกริด คือ ระบบที่ไม่ได้เชื่อมต่อและขนานกับการจ่ายไฟของการไฟฟ้า โดยแผงโซล่าเซลล์แบบ Off-Grid จะมีแบตเตอรี่สำรองที่ใช้เก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในช่วงเวลากลางคืน จึงเหมาะต่อการใช้งานในบ้านหรือที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล เช่น ป่าเขา หรือบนดอย ซึ่งไม่มีเสาไฟฟ้าผ่านในพื้นที่ ส่วนระบบ On-Grid กับ Off-Grid นั้นต่างกันอย่างไรก็ต้องดูจากการใช้งานของผู้ติดตั้งเป็นหลัก เพราะจุดเด่นของทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร
จุดเด่นของระบบโซล่าเซลล์ Off-Grid
- สามารถใช้งานได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน เพราะใช้พลังงานที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่
- ไม่มีค่าไฟฟ้ารายเดือนเพิ่มเติม
- ไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เนื่องจากไม่ได้เชื่อมต่อระบบขนานกับการไฟฟ้า
- ไฟดับก็ยังคงสามารถใช้งานไฟฟ้าได้หากมีพลังงานเหลือในแบตเตอรี่
จุดด้อยของระบบโซล่าเซลล์ On-Grid
- หากต้องการใช้ให้ครอบคลุมกับระบบไฟฟ้าทั้งบ้าน ต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูง
- ต้องคอยสำรองพลังงานในแบตเตอรี่ให้เพียงพออยู่เสมอ
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลและบำรุงรักษาแบตเตอรี่สูง คืนทุนช้า
3. ระบบโซล่าเซลล์ไฮบริด (Hybrid)
ระบบโซล่าเซลล์แบบสุดท้ายที่เป็นการผสมผสานทั้งระบบ On-Grid และ Off-Grid เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถใช้งานไฟฟ้าได้ทั้งจากการผลิตของแผงโซล่าเซลล์ และใช้ไฟฟ้าจากพลังงานในแบตเตอรี่สำรองได้ เป็นรูปแบบที่ช่วยให้มีไฟฟ้าใช้ได้ทั้งตอนกลางคืนและไฟฟ้าดับ รวมถึงยังมีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าใช้ได้อีกด้วย เหมาะใช้งานได้ตั้งแต่ที่พักอาศัยไปจนถึงสถานที่ที่มีไฟตกบ่อย หรือสถานที่ที่ต้องการความเสถียรของพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลา
จุดเด่นของระบบโซล่าเซลล์ Hybrid
- มีไฟฟ้าใช้งานได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงมีทางเลือกในการใช้ไฟจากการไฟฟ้าด้วย
- เลือกช่วงเวลาที่จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้ ช่วยลดปัญหาพลังงานไฟจากแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ
- มีไฟสำรองฉุกเฉินไว้ใช้งานได้ตลอด 24 ชม.
- ลดโอกาสเกิดความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าหากเป็นพื้นที่ที่มีไฟตกบ่อย
- มีความเสถียรของระบบไฟฟ้าเนื่องจากใช้ไฟได้จากแหล่งจ่ายไฟได้ถึง 3 แหล่ง
จุดด้อยของระบบโซล่าเซลล์ Hybrid
- ต้องทำเรื่องขออนุญาตกับการไฟฟ้าเหมือนกับระบบออนกริด
- เนื่องจากมีการติดตั้งแบตเตอรี่จึงไม่สามารถขายไฟฟ้าคืนได้
- มีระบบการใช้งานที่ซับซ้อน เนื่องจากผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด
- มีค่าใช้จ่ายราคาสูงและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นกว่า ใช้เวลาคืนทุนช้ากว่าระบบอื่น
อ่านเพิ่มเติม : อัปเดตล่าสุด! 4 ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์ที่ต้องรู้

ระบบโซล่าเซลล์แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานอย่างไร?
เมื่อทราบแล้วว่า ระบบ On-Grid กับ Off-Grid ต่างกันอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองมาดูกันว่าโซล่าเซลล์แต่ละแบบนั้นเหมาะหรือตอบโจทย์การใช้งานแบบไหนกันบ้าง
ระบบโซล่าเซลล์ On-Grid
ระบบที่มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อใช้รับพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้า แต่ไม่มีแบตเตอรี่ที่ใช้ในการเก็บพลังงาน จึงเหมาะสำหรับใช้ในบ้านพักอาศัย ร้านค้าร้านอาหารหรือสำนักงานขนาดเล็กที่ต้องใช้ไฟฟ้าหนักในช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน
ระบบโซล่าเซลล์ Off-Grid
ระบบออฟกริดมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้ในการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในช่วงกลางคืน หรือเวลาที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานในฟาร์มที่อยู่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง การอยู่อาศัยบนเขาสูง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยรูปแบบอื่นได้
ระบบโซล่าเซลล์ Hybrid
สำหรับระบบโซล่าเซลล์แบบไฮบริดนั้นเป็นการผสมผสานระหว่างออนกริดและออฟกริด ทำให้การใช้งานนั้นมุ่งไปที่ความเสถียรมากที่สุด ซึ่งข้อดีก็คือมีไฟฟ้าใช้งานแน่นอนตลอด 24 ชม. แม้ว่ามีปัญหาไฟฟ้าตกบ่อยก็ไม่ต้องกังวล จึงเหมาะมากสำหรับสถานที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าได้ตลอดเวลา เช่น อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ทั้งนี้ Solar Hybrid ก็มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษาที่สูงด้วย

คุ้มค่าตั้งแต่เริ่มติดตั้ง แค่เลือกระบบโซล่าเซลล์ให้เหมาะกับการใช้งาน
เรียกได้ว่าการเลือกระบบโซล่าเซลล์ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มค่าจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้มากที่สุด ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดนี้ หลายคนคงทราบแล้วว่า ระบบ On-Grid กับ Off-Grid ต่างกันอย่างไร รวมถึงควรเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์กับการใช้งานได้จริง
เพื่อให้ได้รับระบบโซล่าเซลล์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีคุณภาพสูงสุด คุณควรเลือกผู้จัดจำหน่ายแผงและอุปกรณ์ในระบบโซล่าเซลล์ และผู้เชี่ยวชาญในงานติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีมาตรฐานรับรอง ก็จะช่วยให้การลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์คุ้มค่าคุ้มราคาที่ต้องจ่ายได้อย่างแน่นอน