สายไฟฟ้า SAC ส่วนสำคัญบนระบบโครงข่ายไฟฟ้ากับคุณสมบัติที่น่าทึ่ง

ทำความรู้จัก สายไฟ SAC ตัวเลือกที่ตอบโจทย์กับการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม

สายส่งไฟฟ้าทางอากาศ sac
สายไฟ เป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะในระบบไฟฟ้าแรงสูงที่ต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของสายไฟแต่ละชนิดเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างเช่นสาย SAC หนึ่งในมาตรฐานสายไฟฟ้าที่ตอบโจทย์กับการใช้งานในระบบไฟฟ้าที่พบเห็นได้ทั่วไป และมีคุณสมบัติที่สำคัญต่อการใช้งานในหลายด้าน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก สายไฟ SAC ว่ามีคุณสมบัติเด่นอะไร และมีข้อควรรู้ก่อนการใช้งานอย่างไรบ้าง

เลือกอ่าน

สายไฟ SAC คืออะไร?

สายไฟ SAC (Spaced Aerial Cable) คือ สายส่งกระแสไฟที่ใช้ในระบบไฟฟ้าแรงดันปานกลางที่ใช้อะลูมิเนียมแบบตีเกลียวอัดแน่นเป็นตัวนำ ออกแบบมาเพื่อใช้ติดตั้งทางอากาศเท่านั้นและเป็นสายไฟฟ้าแบบแกนเดียวที่มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อสภาพแวดล้อมทำให้สามารถใช้งานได้ในหลายพื้นที่ โดยสาย SAC นั้นจะมีพิกัดแรงดันไฟฟ้าที่เลือกใช้ได้ตั้งแต่ 15 kV, 25 kV และ 35 kV

ชนิดของสายไฟฟ้าทางอากาศ

โครงสร้างสายไฟ SAC

สาย SAC ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นสายส่งไฟฟ้าทางอากาศโดยเฉพาะ ทำให้โครงสร้างมาตรฐานสายไฟ SAC ต้องมีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากสภาพแวดล้อมและมีความเสถียรในการส่งกระแสไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงสร้างสายไฟฟ้า SAC มีดังนี้

  • ตัวนำไฟฟ้า : ผลิตจากอะลูมิเนียมตีเกลียวอัดแน่นที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำไฟฟ้าและลดภาระด้านน้ำหนักให้กับสายไฟฟ้า
  • ฉนวนกั้นตัวนำ : สารกึ่งตัวนำโพลีเอทิลีนแบบ Cross-linked ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและปกป้องตัวนำจากปัจจัยภายนอก
  • ฉนวนไฟฟ้า : ใช้วัสดุ XLPE ซึ่งทนทานต่ออุณหภูมิสูง ป้องกันการเสื่อมสภาพของสายไฟ
  • ชั้นป้องกันพิเศษ : เปลือกหุ้มสายไฟฟ้า XLPE ช่วยเพิ่มความสามารถในการทนต่อสภาพแวดล้อม เช่น แสงแดด ความชื้น และสารเคมี

ข้อดีของสาย SAC เมื่อเทียบกับสายไฟอากาศทั่วไป

แม้ว่าชนิดของสายไฟฟ้าแรงดันปานกลางจะมีอยู่หลายประเภท แต่สายไฟฟ้า SAC นั้นก็มีข้อดีหลายด้านที่เหมาะสมกับการติดตั้งและให้ประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่าสายไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ดังนี้

  • น้ำหนักเบา : ติดตั้งง่ายและช่วยลดภาระเรื่องน้ำหนักของเสาไฟฟ้า
  • โครงสร้างแข็งแรง : ออกแบบมาให้รองรับแรงตึงและแรงกระแทกจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • ทนต่อรังสี UV และความชื้น : ฉนวน XLPE มีความทนทานสูง สามารถใช้งานกลางแจ้งได้นานโดยไม่เสื่อมสภาพ
  • การใช้งานได้หลากหลายพื้นที่ : เนื่องจากมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ลดความเสียหายที่อาจเกิดจากกิ่งไม้หรือพายุได้
  • ทนทานต่อการวาบไฟ : ผิวของสายไฟ SAC มีคุณสมบัติที่ป้องกันการวาบไฟช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากไฟฟ้าลัดวงจร
การติดตั้งสายไฟฟ้า sac

การใช้งานของสาย SAC 

คุณสมบัติที่สำคัญของสายไฟฟ้า SAC คือ เบาและทนทาน ทำให้ตอบโจทย์กับการเลือกเป็นสายส่งกระแสไฟฟ้าได้กับหลายธุรกิจและหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสาย SAC นั้นสามารถใช้งานได้ทั้ง โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในระบบจ่ายไฟฟ้าภายในโรงงานขนาดใหญ่ ช่วยลดการเดินสายไฟทางอากาศที่ยุ่งยากและไม่เป็นระเบียบให้กับหมู่บ้านจัดสรรและโครงการบ้านพักอาศัยสมัยใหม่ และยังใช้สำหรับนำระบบอาคารพาณิชย์และพื้นที่ชนบทที่มีพื้นที่จำกัดและมีความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ดีอีกด้วย  

สนใจสั่งซื้อสายไฟ SAC สามารถเลือกชมได้ที่ : สายไฟฟ้าชนิดตัวนำอะลูมิเนียม 15 kV SAC

ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งสายไฟ SAC

แม้ว่าจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายในหลายสภาพแวดล้อม แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดก่อนทำการติดตั้งสายไฟฟ้า SAC ก็มีข้อควรรู้ด้วยเหมือนกัน ดังนี้

  • เพื่อความปลอดภัย สาย SAC ต้องติดตั้งบนวัสดุฉนวน เช่น ลูกถ้วย และต้องเดินลอยในอากาศภายนอกอาคารเท่านั้น ไม่สามารถเดินบนรางเคเบิลได้ 
  • สาย SAC แต่ละเฟสต้องมีระยะห่างห้ามสัมผัสกัน
  • โครงสร้างของสาย SAC ไม่มีสกรีนโลหะสำหรับต่อลงกราวด์ จึงไม่สามารถจับหรือสัมผัสสายด้วยมือเปล่าได้โดยตรง
  • สายไฟฟ้า SAC มีฉนวนหุ้มที่มีความหนาระดับหนึ่ง การป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรจึงสามารถทำได้ในระยะเวลาสั้นเท่านั้น 

เลือกซื้อสายไฟ SAC อย่างไรให้เหมาะสม?

การเลือกใช้สายไฟฟ้านอกจากชนิดของสายไฟแล้ว คุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุด โดยวิธีเลือกซื้อสาย SAC เพื่อการใช้งานที่เหมาะสมสามารถทำได้ ดังนี้

1. ระดับแรงดันไฟฟ้า 

ตรวจสอบระดับแรงดันไฟฟ้าที่ต้องใช้งานในระบบ ว่าเป็นไฟฟ้าแรงดันต่ำ หรือแรงดันสูง เพื่อให้เลือกสายไฟฟ้าที่มีความทนทานและเหมาะสมกับแรงดันที่ต้องใช้งานได้ เช่น สาย SAC 15 kV, 25 kV หรือ 35 kV

2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน ควรเลือกสายที่มีการรับรองมาตรฐานสายไฟฟ้า เช่น IEC, TIS หรือ IEEE ซึ่งเป็นสายที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัย ทนทาน และรองรับกับการใช้งานในระบบไฟฟ้าได้จริง

3. คุณภาพของฉนวนไฟฟ้า

ตรวจสอบวัสดุฉนวนดูว่ามีความทนทานต่อความร้อนได้ในระดับไหน เพราะสาย SAC ที่ดีต้องรองรับการใช้งานในระดับอุณหภูมิความร้อนสูงได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรอยู่ที่ 90 องศาเซลเซียส

4. เลือกซื้อจากตัวแทนที่น่าเชื่อถือ

สุดท้ายคือการซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและแบรนด์ผู้ผลิตที่ไว้วางใจได้ เพราะนอกจากจะมีรายละเอียดของสินค้าให้ตรวจสอบก่อนตัดสินใจแล้ว แบรนด์ผู้ผลิตที่มีคุณภาพยังมีการรับรองมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงผ่านการทดสอบแรงดันไฟฟ้ามาแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย

มาตรฐานการติดตั้งสาย sac สำหรับส่งไฟฟ้าทางอากาศ

เลือกซื้อสาย SAC มาตรฐาน TIS ได้ที่ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์

สายไฟฟ้า SAC คือหนึ่งในส่วนสำคัญขอโครงข่ายระบบไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความทนทาน น้ำหนักเบา และการติดตั้งที่สะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้เลือกซื้อสายไฟฟ้า SAC ได้อย่างมั่นใจในเรื่องคุณภาพ ที่ Nutthaphume Equipment เรามีสาย SAC จากแบรนด์ผู้ผลิต Bangkok Cable ที่มีมาตรฐานการรับรองจาก TIS มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพหลากหลายรุ่น และมีทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้มากที่สุด ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจเกี่ยวกับระบบไฟฟ้ามามากกว่า 40 ปี วางใจได้ในเรื่องคุณภาพสินค้าและบริการจากเรา 

สั่งซื้อสินค้าหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 083-424-6999 หรือ ติดต่อเรา

ผลิตภัณฑ์ของ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์

<p>ระบบโซลาร์เซลล์</p>

ระบบโซลาร์เซลล์

<p>เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</p>

เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

<p>อุปกรณ์ไฟฟ้า</p>

อุปกรณ์ไฟฟ้า